ภาพลักษณ์สูงส่งของเจียงผิงอันในใจเป้าจือถล่มเรียบ
เป้าจือเคยคิด ว่าแม้ชายตรงหน้าจะไม่ยิ้ม แต่ก็ตรงไปตรงมาและสุขุม แข็งแกร่งและมีความมั่นใจ
มีหรือจะคิดว่า ทันทีที่ได้ยินว่ามีศาสตราเซียนเป็นรางวัล เขาก็ตอบตกลงประลองทันที กระทั่งพูดออกมาหน้าตาเฉยว่าจะหนี
เจียงผิงอันกลับร้าน ถามอวิ๋นเหยาในโลกใบน้อยของตน “ผู้อาวุโส ระดับการหลอมอาวุธของข้า เทียบกับนักหลอมอาวุธร่วมระดับ น่าจะพอใช้ได้กระมัง”
หากบอกให้เขาประลองฤทธิ์ ต่อให้สู้ข้ามขั้นเขาก็ไม่กลัว แต่พอเป็นเรื่องการหลอมอาวุธ เขายังไม่เคยได้ประลองกับใคร เลยไม่รู้ระดับของตน
“ก็งั้น ๆ”
อวิ๋นเหยาตอบสามพยางค์เหมือนเช่นเคย
แตกต่างตรงที่ครั้งนี้มีประโยคตามหลัง
“ว่าถึงการเสริมพลังและสร้างอาวุธวิเศษด้วยมือเปล่า ใต้ระดับเซียน ยุคนี้มีน้อยคนนักจะต่อกรเจ้าได้ แต่หากเป็นด้านอื่นก็แค่งั้น ๆห่างชั้นกับตัวข้าในอดีตอยู่”
“ผู้อาวุโสในกาลก่อนอยู่ในระดับใดหรือ?” เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย
“ยามนั้นข้า…”
น ้าเสียงของอวิ๋นเหยาพลันคลุมเครือ นางเงียบไปเนิ่นนานแล้วจึงรำพึง “ช่างเถอะ มันจบสิ้นไปหมดแล้ว เจ้ารู้ไว้ก็พอว่าข้าเป็นอัจฉริยะนักหลอมอาวุธอันดับสองในประวัติศาสตร์”
แม้เจียงผิงอันจะไม่แน่ใจว่าสตรีผู้นี้พูดจริงหรือไม่ แต่นางแข็งแกร่งขนาดนี้ คงมิคลาดเคลื่อนมากนักหรอก
“อัจฉริยะนักหลอมอาวุธอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์คือผู้ใดหรือ?”
ถึงกับทำให้อวิ๋นเหยาบอกว่าตนเป็นที่สองได