วันนี้.
หลู่ชางเฉิงกำลังดื่มไวน์และทานอาหารที่ เย่ ชิวไป่ เป็นผู้ทำ ข้างกายเขา เจ้าสำนักฉินเทียนหนานก็นั่งอยู่ที่นี่เช่นกัน
“ข้าบอกลุงฉินแล้วว่าไม่รับศิษย์ ทำไมท่านยังมาที่นี่อีก”
ฉินเทียนหนาน มองไปที่ หลู่ชางเฉิงที่ทำอะไรไม่ถูกและดุด้วยความโกรธ: “เจ้าหนู เจ้ากำลังกล่าวถึงเรื่องอะไร ข้าก็แค่จัดการเรื่องของสำนักเสร็จ ทำไมข้าจะมาหาเจ้าเพื่อดื่มกินไม่ได้”
“อย่ากังวล ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อบังคับให้เจ้ารับศิษย์”
หลู่ชางเฉิงพึมพำสองสามครั้งและมองไปที่ หงหยิน ที่ยังคงอยู่ในการเข้าถึงขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์(เทียนเหรินฉือ)บนหน้าผา
“แย่มาก มันไม่จบซะที จู่ๆข้าก็อยากจะดื่มซุปปลา ซุปที่หงหยิงทำนั้นอร่อยกว่าที่ชิวไป่ทำ เอาไงดี… ปลุกนางดีไหม”
พอได้ยิน หยุนหมิงก็เกือบจะหมดสติ และรีบกล่าวว่า: “ผู้….ผู้อาวุโส อย่าเลย นี่คือการเข้าถึงขอบเขตแห่งสวรรค์และมนุษย์ การเข้าถึงสภาวะนี้ได้เป็นสิ่งยากมาก ถ้าเราขัดขวงมันอาจมีการสะท้อนกลับ”
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แม้ว่า หยุนหมิง จะไม่สงสัยในความสามารถของ หลู่ชางเฉิง
แต่… ทำไมรู้สึกเหมือนว่าหลู่ชางเฉิงไม่เข้าใจสามัญสำนึกมากนักในการฝึกฝน?
ฉินเทียนหนานที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะกลอกตา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นการไม่รู้ความของ หลู่ชางเฉิง
ในเวลานี้ เย่ ชิวไป่ กลับมา
ในฐานะที่เป็นอำนาจสูงสุดในแดนใต้ สำนักชางเต๋าย่อมมีสถานที่ฝึกพิเศษอยู่แล้ว
เช่น โถงดาบก็มีที่