เจียงผิงอันสัมผัสมิได้ว่าใครเข้ามา แต่หนึ่งมือกลับวางบนบ่า ทำให้เขาตกใจจนเหวี่ยง ‘ไร้จำนน’ เข้าใส่เต็มแรง
นี่คือหมัดอันทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาชกได้ขณะนี้ คลื่นพลังแดงสดดุจโลหิตเคลือบล้อมรอบกำปั้น ระเบิดความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนคละเคล้า
ทว่า หมัดนี้ก็ถูกฝ่ามือโลหะข้างหนึ่งรับไว้ง่าย ๆ
เจียงผิงอันเพิ่งสังเกตว่าข้างหลังเขามีหุ่นเชิดตัวหนึ่ง
หุ่นเชิดนี้มีรูปร่างสะโอดสะอง เห็นใบหน้าไร้ที่ติได้เลือนราง
“ผู้อาวุโส”
ปรากฏว่าผู้มาก็คืออวิ๋นเหยา ตกอกตกใจหมด เขานึกว่าเป็นศัตรูที่ไหนเสียแล้ว
อีกฝ่ายหายไปหลายปี จนเขาคิดว่านางไปแล้ว
“เลิกฆ่าได้แล้ว เจ้าออกนอกเส้นทางแล้วนะ”
อวิ๋นเหยามองปราณจากตัวเจียงผิงอันแล้วกล่าวเตือนอย่างเคร่งขรึม
“ผู้อาวุโสมิต้องห่วง ข้าควบคุมมันได้ ยามนี้ใจเย็นอยู่ขอรับ”น ้าเสียงของเจียงผิงอันเยือกเย็น
“ไม่หรอก เจ้าในยามนี้มิได้ใจเย็น อย่าสู้ต่อเลย ไปพักสักเดี๋ยวแล้วค่อยกลับมาฆ่าต่อ”
แม้ขอบเขตของอวิ๋นเหยาจะร่วงหล่น สัมผัสรับรู้ของนางก็ยังกล้าแข็งยิ่ง สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดกับเจียงผิงอัน
“ผู้อาวุโส ข้าในยามนี้ใจเย็นมาก ที่นี่มีศัตรูที่ช่วยข้าเสริมความแข็งแกร่งได้มากมาย ขอแค่ฆ่าฟันต่อไปอีกสักสองสามร้อยปี ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาก็หยุดข้ามิได้”
เจียงผิงอันไม่สนใจอวิ๋นเหยาอีก เขาหันไปเตรียมตัวสู้ต่อ
อวิ๋นเหยาคว้าแขนเจียงผิงอัน “กลับไป”
“ข้าบอกแล้วไง! ข้ายามนี้สบายดี! ไฉน