เจ้าจึงหยุดข้า? ไม่อยากให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นหรือ?” เจียงผิงอันซึ่งถูกรั้งหลายหนเข้าก็แผดเสียงตะคอก
ป้าบ!
แขนโลหะอีกข้างของอวิ๋นเหยาฟาดหน้าเจียงผิงอันจนฟันหลุดกระเด็น
อวิ๋นเหยาแค่นเสียงเย็นเยียบ “หากเจ้าไม่กลับไปยามนี้ อย่าหวังให้ข้าช่วยคืนชีพพ่อแม่เจ้าภายหน้าเลย!”
ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเจียงผิงอันพลันปรากฏอารมณ์มากมายทั้งเดือดดาล กราดเกรี้ยว งุนงง…
ใบหน้านิ่งเฉยของเขาเผยอารมณ์มากมายอย่างหาได้ยาก
“ข้า… ข้าว่ามีอะไรผิดไปจริง ๆ ด้วย… ข้าควบคุมจิตสังหารได้แท้ๆ… แต่สภาพจิตใจกลับเปลี่ยนไป…”
ในที่สุดเจียงผิงอันก็ตระหนักว่าเกิดความผิดปกติกับเขาจริง ๆ
อวิ๋นเหยาจ้องตรงที่เจียงผิงอัน “การควบคุมตัวเองของเจ้าแข็งแกร่งมาก ควบคุมจิตสังหารได้ก็จริง แต่เจ้าฆ่ามากเกินไปจนความรู้ความเข้าใจผิดเพี้ยนไปแล้ว”
“เจ้าในยามนี้เห็นชีวิตคนต้อยต ่าเช่นผักหญ้า ไม่เห็นชีวิตเป็นชีวิต เหมือนพวกเซียนหลังบรรลุมากมายที่คิดว่าตัวเองจะควบคุมอะไรก็ได้แล้วเก็บเกี่ยวชีวิตในต่างภพตามใจชอบเพื่อรักษาชีวิตตัวเองนั่นแหละ”
“หากไม่ปรับทัศนคติเจ้าให้ทันเวลา ต่อให้เจ้าบรรลุเซียนได้สุดท้ายเจ้าก็จะกลายเป็นเช่นคนพวกนั้น สรุปคือ หากปรับสติเจ้าไม่ทัน เจ้าก็จะเป็นพวกที่เจ้าเกลียดในยามนี้ พวกที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อความแข็งแกร่งและรักษาชีวิตตัวนั่นแหละ”
เสียงของอวิ๋นเหยาเป็นเช่นระฆังเรียกสติ เลื่อนลั่นในคู่โสตของเจียงผิงอัน ทำให้เขาตระหนักแจ้