งทันที
ปรากฏว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การควบคุมจิตสังหารของเขา แต่อยู่ที่ความเข้าใจต่อชีวิต!
สิบปีมานี้ เขาเข่นฆ่าตัดชีวิตอย่างบ้าคลั่ง หลงลืมไปกระทั่งชีวิตคือชีวิต
เรียบง่ายดุจเหยียบหญ้าบนถนนอย่างเฉยชา ใครจะสนใจชีวิตหญ้าต้นหนึ่ง?
นี่แหละจุดที่เลวร้ายที่สุด เมื่อความเข้าใจนี้ถูกมองเป็นเรื่องปกติเขาก็อาจฆ่าคนเป็นผักปลาในภายหน้า กระทั่งไม่มัวสนใจความดีชั่วของอีกฝ่าย
เจียงผิงอันดูพรั่นพรึง สูดหายใจลึก ๆ พยายามสงบสติตน
“เช่นนั้น ข้าจะพยายามไม่ฆ่าคนแล้วยื้อเวลา มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะขึ้นถึงชั้นต่อไปได้หรือไม่”
“ไม่ได้ เจ้าต้องไปเดี๋ยวนี้ สถานการณ์ปัจจุบันของเจ้าประวิงเวลาไม่ได้ ต้องปรับทัศนคติให้ทัน”
อวิ๋นเหยาพูดอย่างเป็นเหตุเป็นผล
“แต่หากข้าไม่ได้วิชาลวงสวรรค์มา การข้ามทัณฑ์ก็จะยากสำหรับข้า ผู้อาวุโสก็อาจมิได้ออกจากโลงแก้วผลึกน่ะสิ” เจียงผิงอันไม่อยากยอมแพ้ที่นี่
อวิ๋นเหยาเห็นอีกฝ่ายยังคำนึงถึงเรื่องของนาง น ้าเสียงก็อ่อนลง
“ศึกษา ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ ให้ดีก็เพิ่มโอกาสข้ามทัณฑ์ให้เจ้าได้เยอะแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องของข้าหรอก ปัญหาหลักของเจ้ายามนี้คือสงบและปรับความเข้าใจใหม่ให้ได้ก่อน”
“หาไม่ ต่อให้เจ้าบรรลุเซียน เจ้าก็จะกลายเป็นมารร้ายไร้คู่เปรียบเป็นตราบาปแปดเปื้อน ข้าไม่อยากฆ่าเจ้าด้วยมือข้าเองนะ”
เจียงผิงอันลังเลในใจยิ่ง นี่คือโอกาสแข็งแกร่งขึ้น และเป็นโอกาสหา ‘วิชาลวงสวรรค์’ เขาควรรามื