มีศาสตราเซียนอีกสองชิ้นที่เขาได้จากชั้นห้า และศาสตราเซียนที่เพิ่งยึดจากมือสังหารมาเมื่อครู่อีก
กล่าวได้ว่ายามนี้ เขามั่งคั่งกว่าเซียนมนุษย์ทั่วไปนัก
ทว่า ศาสตราเซียนเหล่านี้ไม่เหมาะสมกับเขามากนัก นอกจากพลองแล้ว อาวุธอื่นเขาล้วนใช้เป็นแค่งู ๆ ปลา ๆ ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่
ภายหลังเขาจะยกระดับกิ่งมารสะเทือนสรวงเป็นศาสตราเซียน ก็ไร้จำเป็นต้องเลือกศาสตราเซียนชนิดพลอง
แล้วจะเลือกศาสตราเซียนเช่นไรดี?
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็นึกอะไรออก เอ่ยขึ้นว่า “ข้าอยากได้ศาสตราเซียนพลังวิญญาณที่สามารถสงบความคิดจิตใจ หากมีพลังโจมตีด้วยยิ่งดี”
แนวคิดของเขาในขณะนี้เกิดปัญหา ต้องปรับแก้โดยด่วนนอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ฝึกจิต แต่ไม่เคยเห็นศาสตราเซียนพลังวิญญาณสักชิ้น จึงขอดูสักชิ้นเถิด
เติ้งเส้าสี่รู้สึกว่าศาสตราเซียนที่เจียงผิงอันเลือกดูประหลาดไปหน่อย แต่ก็ไม่ถามมาก
ครู่ต่อมา หนึ่งเสียงเยือกเย็นดังขึ้นในพื้นที่สีขาวโพลน “ศาสตราเซียนระดับเซียนมนุษย์ไม่มีของเช่นนี้ จะมีก็แค่ศาสตราเซียนระดับสูงแต่เจ้าแลกไม่ได้ จะเอาตัวรอดในสมรภูมิต่อก็ย่อมได้ แต่มียอดสมบัติระดับต ่าลงหน่อยชิ้นหนึ่งที่เจ้าแลกได้”
เจ้าของเสียงนี้น่าจะเป็นจิตสำนึกที่ควบคุมที่นี่อยู่
ปกติแล้ว ดินแดนลับหรืออาวุธวิเศษระดับสูงล้วนมีจิตสำนึกของตน
จิตสำนึกของดินแดนลับระดับสูงนั้น หลัก ๆ เรียกว่า ‘ผู้พิทักษ์’ขณะที่จิตสำนึกของอาวุธวิเศษถูกเรียกว่า ‘จิตศาสตรา’