ในคลัง ยอดฝีมือหลายสิบคนมองเจียงผิงอันเยี่ยงหมาป่าโหย
“ไร้จำเป็นต้องสู้กันจริง ๆ แหละ คลังที่นี่ตั้งมากมาย เราแบ่งกันก็ได้” ผู้ฝึกตนอีกกลุ่มพูด
“เห็นด้วย” กลุ่มที่สามเสริม
สตรีชุดเหลืองกล่าวกับคนจากกลุ่มอื่น ๆ “เราพบตัวผู้ใช้ค่ายกลคนนี้ก่อน เรายังไม่เปิดคลังใด ๆ ดังนั้นเราจะใช้เขาก่อน”
“แน่นอน พวกเจ้าเปิดก่อนหนึ่งคลัง แล้วค่อยให้เราใช้”
สามขุมกำลังเจรจากันอย่างสุดเป็นมิตร ดูสมเหตุสมผลมาก แต่พวกเขาเมินความรู้สึกของทางเจียงผิงอันไปสิ้น หรือก็คือไม่เห็นหัวเขาเลย
ในสายตาคนเหล่านี้ เจียงผิงอันเป็นเพียงเครื่องมือ หามีทางเลือกไม่
เมื่อเจรจาเสร็จสิ้น ความสนใจของทั้งหมดก็กลับมาที่เจียงผิงอันสีหน้าของพวกเขาเฉยชา มิได้เป็นมิตรเหมือนเช่นเจรจากับสหายผู้ฝึกตน
“ข้าให้สมบัติเซียนในมือเจ้าได้ แต่เจ้าต้องช่วยเราเปิดค่ายกล”
พวกเขาพูดเช่นนี้เพื่อกล่อมผู้ใช้ค่ายกล รอจนเขาเปิดค่ายกลแล้วฉวยศาสตราเซียน หากอีกฝ่ายทำตัวไม่รู้เรื่อง ก็ส่งไปตายเสีย
“ฮ่า ๆ พวกเจ้าจะให้ข้าลำบากเปิดค่ายกล มิเพียงไม่ให้ประโยชน์กับข้า ยังจะฉกชิงจากข้าอีก ฮ่า ๆ”
เจียงผิงอันพลันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ราวได้ยินเรื่องตลกจี้เส้น
เสียงหัวเราะของเจียงผิงอันกึกก้องในคลัง สีหน้าของคนอื่น ๆ ยิ่งทวีความบูดบึ้ง พวกเขาฟังออกว่าอีกฝ่ายกำลังเย้ยพวกตน
“เจ้าอยากตายเหรอ?”
สตรีชุดเหลืองจ้องเจียงผิงอัน
“ใช่”
เจียงผิงอันแสยะยิ้ม “มาฆ่าข้าสิ”
สตรีชุดเหลื