ทนได้นานเพียงไรเชียว!”
“หากไม่สู้กันต่อไป ข้าก็ต้องได้ส่วนแบ่งเพิ่ม” ผู้ฝึกตนที่จัดการกับหุ่นเชิดเซียนออกเงื่อนไข
“ได้”
ผู้ฝึกตนทุกฝ่ายพากันถอนตัว หยุดต่อสู้กัน
พวกเขาไม่อยากสู้กันต่อไปแล้ว จึงรีบแบ่งโอสถเซียนทั้งสามแล้วออกสำรวจกันต่อไป
หาไม่ ผู้ที่ล่วงหน้าไปก่อนจะได้ของดี ๆ ที่ชั้นบนไปหมด
นอกจากนั้น ค่ายกลนี้ยังเป็นค่ายกลระดับเซียน กำลังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดล้วนยากทะลวง หากร่วมมือกันจะง่ายกว่า
ถึงต่างฝ่ายจะได้โอสถไปเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็ยังเป็นวาสนาท้าทายสวรรค์ หากนำไปขาย เซียนได้แย่งกันซื้ออุตลุดแน่นอน
แต่ขอเพียงมิได้ร้อนเงิน ผู้ใดก็ล้วนไม่ขาย โอสถเซียนนี้เพิ่มพรสวรรค์และโอกาสบรรลุเซียนระดับสูงได้มากนัก
ขณะที่ปวงชนกำลังจะจับเข่าคุยกันว่าจะเปิดค่ายกลเช่นไร หนึ่งเสียงก็ดังขึ้นในฝูงชน
“ทำลายค่ายกลมิได้นะ! อันตรายจะเกิด!”
ปวงชนมองตามเสียง เห็นว่าผู้พูดอยู่ในกลุ่มบุคคลที่เพิ่งมา เรื่องน่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เจ้าของเสียงเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน
ผู้ฝึกตนอย่างเขามาหาที่ตายที่หอคอยสีแดงหรือไร?
ผู้ฝึกตนซึ่งเชี่ยวชาญค่ายกลผู้หนึ่งชำเลืองเจียงผิงอันอย่างเยียบเย็น “นี่เป็นค่ายกลคุ้มกัน แม้ระดับสูงแต่จะมีอันตรายอะไร? เจ้ารู้จักค่ายกลหรือ? หากไม่เข้าใจก็อย่าเพ้อเจ้อ”
คนอื่น ๆ ยิ้มเยาะ “ก่อนหน้านี้เราลงมือแล้วก็หลายหน หากมีอันตราย เราคงตายไปนานแล้ว”
“เจ้านี่มาจากไหน กล้ามาชี้นิ้วสั่งเรา ไสห