อารมณ์ดีขึ้นเพราะเหตุนี้ด้วย
“เส้าเฉวียนสมควรตายนั่น หากหนีไม่เร็วล่ะก็ ข้าคงระเบิดหัวมันได้แล้ว” เติ้งหลวนด่าไม่หยุดปาก อารมณ์เสียอย่างยิ่งที่ฆ่าตัวการมิได้
“อย่าบ่นเลยน่า เจ้านั่นแข็งแกร่งมาก เราฆ่าเขามิได้หรอก”
จัดการได้ห้าคน เติ้งเส้าสี่ก็พอใจแล้ว แต่ความแค้นนี้ยังไม่จบ“เรารีบเข้าใจกลางสุสานกันเถอะ เดี๋ยวอีกฝ่ายจะหาคนมาเล่นงานเราเพิ่ม”
เรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้คือไปหา ‘วิชาลวงสวรรค์’ ในตำนานที่ใจกลางสุสาน มิใช่สู้กับใคร หากคิดสู้กัน ภายหน้าก็ยังมีโอกาส
“รอเดี๋ยวก่อน ข้าจะเข้าไปในรอยแยกมิติ ในนั้นมีค่ายกลสังหารข้าจะแยกส่วนมัน” เจียงผิงอันทิ้งวาจาไว้ แล้วเหินไปยังรอยแยกมิติ
ค่ายกลสังหารข้างในไม่น่าแย่ หากแยกส่วนได้ก็คงนำไปขายได้ไม่น้อย
“ข้างในอันตราย ต้องการให้ช่วยหรือไม่?” เติ้งเส้าสี่ถาม
“มิต้อง” แล้วเจียงผิงอันก็หายเข้ารอยแยกมิติไป
พวกเติ้งเส้าสี่มิได้ตามไป พวกเขามิใช่ผู้ใช้ค่ายกล หากสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปก็ตายเปล่ากันพอดี
อันที่จริง เจียงผิงอันมิใช่ผู้ใช้ค่ายกลอะไรหรอก แต่เขามองเห็นเนตรค่าย และยังมีศาสตราเซียนพู่กันพิพากษาช่วยเหลืออีกด้วย
โลกใบน้อยแห่งนี้ใช้ศาสตราเซียนมิได้ แต่รอยแยกมิตินี้มิน่าใช่ส่วนหนึ่งของโลกใบน้อย เส้าเฉวียนจึงบอกว่าหุ่นเชิดมิอาจเข้าได้เพราะอยู่นอกบริเวณทำการ
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเข้ารอยแยกมิติไป เติ้งหลวนก็อดถามเสียงเบามิได้ “พี่ไปเชิญเทพระดับนี้จากไหนกัน