ร้ายกาจเกินไปแล้ว ตบทีเดียวแยกส่วนอาวุธหุ่นเชิดแหลกสนิทเลย”
เติ้งหลวนตกใจกับวิชาสลายยุทธภัณฑ์ของเจียงผิงอันอย่างยิ่ง
เติ้งเส้าสี่มองเจ้าโง่ตรงหน้า ไม่ยอมตอบคำถามของน้องชาย
สมาชิกคณะเลือดเหล็กคนอื่น ๆ พอจะเดาตัวตนของ ‘ปัวซือ’ ได้แล้ว ไม่นานมานี้ ปีกที่ ‘ปัวซือ’ ใช้ยามหลบการโจมตีของเส้าเฉวียนคุ้นตาอย่างยิ่ง
คนผู้นั้นต่อสู้แทบไม่พักสี่ร้อยวัน สร้างเสียงฮือฮาสะท้านสะเทือนสำนักศึกษาชางจืออย่างมหาศาล ขณะนี้ในสำนักศึกษาชางจือยังพูดถึงเขาไม่สร่างซา
ขณะเดียวกัน ที่ทางเข้าโลกใบน้อย สมาชิกคณะเสินกวงทั้งห้าที่หนีมาได้รวมกลุ่มกัน สีหน้าย ่าแย่ยิ่งดุจมารดาสิ้นขัย
“คณะเลือดเหล็กสมควรตาย!” เส้าเฉวียนกำหมัดพลางแผดเสียงอย่างเดือดดาล
วางแผนมาตั้งนาน กระทั่งเตรียมค่ายกลสังหารระดับเซียนไว้ คิดว่าไร้ช่องโหว่ใด ๆ แต่มิคาดว่าจะถูกอีกฝ่ายจับได้ล่วงหน้า กระทั่งลอบโจมตีพวกเขาโดยมิทันตั้งตัว
คณะเลือดเหล็กรู้ได้อย่างไรว่าเป็นพวกเขา?
ผู้ฝึกตนโชกเลือดคนหนึ่งเอ่ยอย่างอิดโรย “พี่เส้า ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนนั่นดูเหมือนจะเป็น…”
“เจ้าไม่ต้องพูดหรอก ข้าเห็นแล้ว ปีกนั่นคือ ‘วิชาปีกเทวะ’ อันลือนามยิ่ง ทั่วทั้งสำนักศึกษาชางจือมีคนใช้ได้อยู่แค่สอง และก่อนหน้านี้เจ้าเติ้งเส้าสี่นั่นก็เรียกอีกฝ่ายว่า ‘สหายเต๋าเจียง’ ต้องเป็นเจียงผิงอันหลังทะลวงขอบเขตแน่ ๆ!”
เส้าเฉวียนมิได้โง่ เขาย่อมจำเจียงผิงอันได้ “สารเลวเจียงผิงอันน