งอันตอบคำเดียว แล้วทรุดหมดสติไปเงียบ ๆ ในอ้อมอกอีกฝ่าย
หลังจากต่อสู้ต่อเนื่องสี่ร้อยวัน เขาเหนื่อยอ่อนทั้งกายใจโดยเฉพาะในศึกสุดท้ายที่เขาใช้ทั้งปราณเซียนและพลังวิญญาณทั้งหมด รีดเร้นอายุขัยสามพันปีจากตัว ทั้งกายและวิญญาณถึงขีดจำกัดแล้ว
ในที่สุดก็ได้พักเสียที
แม้การต่อสู้จะจบลง ผลที่เกิดจากเจียงผิงอันก็ยังเร็วเกินหยุดยั้งมีผู้ฝึกตนกล่าวถึงเจียงผิงอันอยู่ทุกแห่งหน
มีทั้งผู้นับถือ ทั้งริษยา และเมตตาสงสาร
บางทีผ่านไปเป็นพัน ๆ ปี พวกเขาก็อาจจะยังจำภาพยามเจียงผิงอันต่อสู้ได้
ไม่อาจทราบว่านานเพียงไร เจียงผิงอันฟื้นคืนสติ เขามิได้ผ่อนคลายเช่นนี้มานานแล้ว กระทั่งหลงลืมไปแล้วว่าตนนอนหลับครั้งสุดท้ายยามใด
เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นขุนเขาสองลูก ขยับหน้าอีกเล็กน้อยก็เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มไร้ที่ติของคนผู้หนึ่ง
หลายวันมานี้ เหมียวเสียมิเคยไปไหน นางเฝ้าอยู่ข้างกายเจียงผิงอันตลอด “เจ้านี่นอนได้นอนดีจริง ๆ นะ หลับยาวสิบวัน น ้าลายไหลเปื้อนขาเปื้อนกางเกงข้าหมดแล้ว”
เจียงผิงอันลุกขึ้นยืดเส้น กระดูกในกายลั่นกรอบ
ศึกครั้งนี้ช่างสาใจเสียจริง ประมือดุเดือดกับบุคคลร่วมขอบเขตจากทุกยุคสมัย ประจักษ์วรยุทธ์และพรสวรรค์ระดับหัวแถวมากมายเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวรยุทธ์ของเขายิ่ง
“ถึงเวลาทะลวงสู่ขอบเขตถัดไปแล้ว”
ทุกครั้งที่เจียงผิงอันเอาชนะคนผู้หนึ่ง เขาก็สามารถใช้สถานที่ฝึกฝนโดยไร้ค่าใช้จ่ายสามร้อยปี เอาชนะร้อยคนก็รวมเป็นสามห