ใต้เมฆาสีเลือด เหนือปฐพีมืดทมิฬ
เจียงผิงอันในเกราะรบจำนงศึกประมือกับภาพฉายของหลงเจวี๋ยเฟิงซึ่งปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรอย่างดุเดือด ทุกการปะทะสะท้านถึงแก้วหู สาดฤทธิ์รุนแรงทั่วฟ้า
“คนผู้นี้ใครกัน ไฉนไม่คุ้นหน้าเลย?”
ผู้ฝึกตนมากมายมามุงนอกสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ มองเจียงผิงอันสู้กับภาพฉายพลางเอ่ยถาม
“บรรลุเขตแดนจำนงสัประยุทธ์และเขตแดนทำลายล้างในขอบเขตนี้ก็ควรลือนามมากสิ แต่ข้ากลับไม่เคยได้พบคนผู้นี้มาก่อนเลย”
“เป็นศิษย์ใหม่หรือเปล่าหนอ? พลังต่อสู้แข็งแกร่งจัง”
“แข็งแกร่งจริง ๆ แหละ แต่พลังต่อสู้แค่นี้ลำพัง เอาชนะผู้อาวุโสหลงไม่ได้หรอกนะ”
ปวงชนที่มองอยู่ลอบพรั่นพรึงในใจ หากผู้ฝึกตนระดับเดียวกับทั้งคู่กล้าเข้าใกล้ทั้งสองในยามนี้ พวกเขาได้ถูกขยี้ไม่เหลือซากแน่ ๆต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นกลางระดับเขตแดนทั่วไปก็ยังมิกล้าเฉียดใกล้เลย
ยิ่งสองฝ่ายปราชันหมัดมากหน เกล็ดมังกรที่กำปั้นของหลงเจวี๋ยเฟิงก็ค่อย ๆ ล่อนหลุดจากการโจมตีด้วยกฎทำลายล้าง โลหิตทะลักไหลตามซี่เกล็ด
เมื่อสังเกตเห็น ดวงตาหลายคู่ก็เบิกกว้าง
“ผู้อาวุโสหลงถึงกับบาดเจ็บก่อน!”
“กฎทำลายล้างน่ากลัวอะไรเช่นนี้”
“หรือผู้อาวุโสหลงจะปราชัย?”
ผู้อาวุโสหลงเจวี๋ยเฟิงมีพลังต่อสู้ติดร้อยอันดับแรกในขั้นต้นระดับเขตแดน แต่ศิษย์ใหม่ผู้นี้สร้างแผลให้เขาได้ ทำให้ปวงชนล้วนตกใจ
พวกเขาล้วนเห็นชัดว่า ที่ศิษย์ใหม่ผู้นี้ทำร้ายผู้อาวุโสหลงได้ทั้งหมดเป็นเพราะอำนาจของกฎ