มาหมื่นผลึกเซียน” ชายชรายังคงจ้องคันฉ่องไม่วางตา พูดพลางจิบชาในถ้วย
เจียงผิงอันเอ่ย “ผู้อาวุโส ข้าอยากท้าทายผู้ฝึกตนร้อยอันดับแรกของขอบเขตขอรับ”
“หือ?”
ถ้วยชาที่ชายชรายกขึ้นจ่อปากพลันชะงัก คู่เนตรกร้านโลกเงยขึ้นมองเจียงผิงอัน “เอาป้ายเทวะมาซิ”
เจียงผิงอันส่งป้ายให้เขา
ชายชราตรวจสอบข้อมูลของเจียงผิงอัน แล้วโยนป้ายเทวะกลับมาทันที “เจ้าเป็นหน้าใหม่ เพิ่งมาถึงสำนักศึกษาชางจือได้สองเดือนก็จะท้าทายร้อยยอดฝีมือสูงสุดแล้ว? อย่าเสียเวลาเปล่าเลย ไว้ถึงอันดับแรกของขอบเขตในสำนักศึกษาชางจือได้ก่อนค่อยคิดเถอะว่าจะมาท้าทายอีกไหม”
“ผู้อาวุโสชี้แนะด้วย ข้าอยากลองขอรับ” เจียงผิงอันมิได้จากจร
ไร้กฎกำหนดว่าการจะท้าทายผู้ฝึกตนร้อยอันดับแรกต้องมีระดับเช่นไรก่อน ขอเพียงจะท้าทายก็สามารถทำได้ ไม่ต้องจ่ายผลึกเซียนด้วยซ ้า
คิ้วของชายชราย่นยับทันที ก่อนจะคลายตัวอีกครั้ง “ช่างมันเถอะตามใจเจ้าเลย”
ธรรมชาติมนุษย์ก็เช่นนี้ ถือดีแต่โง่เขลา เขาเห็นชีวิตผู้คนในภพล่างมามากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ น้อยนักจะมีความสำเร็จยิ่งใหญ่
มีเพียงผู้ก้าวข้ามความทะนงเกียจคร้าน มีพลังใจกล้าแข็ง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเย้ายวนใด จึงประสบความสำเร็จสูงส่ง
คนผู้นี้ ลูกหลานเขาหรือก็ไม่ ไร้จำเป็นต้องมากความ
ชายชราชี้ป้ายศิลาสีทองด้านในพลางเอ่ยปาก “บนป้ายนั่นสลักนามร้อยยอดฝีมือในขอบเขตเจ้าไว้ เดินไปหามันแล้วบอกว่าจะท้าทายผู้ใด แล้วภาพฉายของคู่ต่