คำว่า ‘ไสหัวไป’ สะท้อนในตำหนัก ปวงชนคลับคล้ายถูกตรึงนิ่งค้างกับที่
ผู้บัญชาการเป็นเซียนสวรรค์ มีอำนาจส่วนตน ผู้มาใหม่ควรค่าตั้งคำถามการตัดสินใจของเขาแล้วหรือ?
เจียงผิงอันซึ่งยืนเฉยมาแต่แรกพลันก้มหน้าลงพูด “ศิษย์พี่หญิงไปกัน”
หากอยู่ที่นี่แล้วต้องถูกเหยียดหยาม ก็อย่าได้อยู่ต่อ สำนักศึกษาชางจือมิได้มีเพียง [เสินกวง] คณะเดียว
“ข้าพยายามตั้งนาน กว่าจะฆ่าสัตว์ร้ายจักรวาลได้ก็เจออันตรายมาหลายหน ทำไมรากฐานส่วนของข้าจึงไม่ได้!” เหมียวเสียไม่เต็มใจต่อให้ต้องไป ก็ต้องได้สิ่งที่เป็นของนางมาด้วยสิ
เจียงผิงอันกอดเอวบางของเหมียวเสีย ออกแรงดึงไปด้วยกัน“ศิษย์พี่หญิง ที่นี่มิใช่สำนักเซียนอวี่หวงของเรานะ โลกภายนอกเป็นเช่นนี้แหละ”
ศิษย์พี่หญิงอาศัยในรั้วสำนักเซียนอวี่หวงมาตลอด มิเคยออกสัญจรโลกหล้า โลกามิเคยมีเหตุผล ผู้แข็งแกร่งตัดสินทุกสิ่งมาแต่ไหนแต่ไร
“สิ่งที่เป็นของข้า ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องได้คืนมา!” หลังเหมียวเสียทิ้งข้อความนี้ไว้อย่างไม่เต็มใจ นางก็ถูกเจียงผิงอันลากตัวจากไป
เฉียนอู่มองคนทั้งสองจรจาก ในใจอารมณ์ดียิ่ง แต่ยังพูดกับบุคคลด้านในตำหนักด้วยสีหน้าเช่นคนมีชนักติดหลังว่า
“ใต้เท้าผู้บัญชาการ เหมียวเสียมากสามารถยิ่ง เพิ่มความแข็งแกร่งของเราเสินกวงได้ ไฉนท่านจึงไล่นางไปล่ะเจ้าคะ”
น ้าเสียงของผู้บัญชาการแปรเปลี่ยนสู่นุ่มนวล “ใครบ้างในเสินกวงของเราไม่มากสามารถ? คนที่ไม่สนใจภาพรวมเช่นนี้ เก็บไว้ก็เ