งรองทั่วนภาอันมืดหม่น
ข้ามมิติเวลา ปราชันวีรชนในอดีต ปะทะยอดคนตราบกาล เทียบฤทธิ์อัจฉริยะแห่งยุคสมัยซึ่งล้วนได้เป็นใหญ่ในภพเซียน… ความตื่นเต้นเช่นนี้ มีแต่ต้องมาเผชิญเองจึงเข้าใจ
ขณะมองความมั่นใจไร้สั่นคลอนบนใบหน้าชายผู้นี้ หัวใจเหมียวเสียก็เต้นระรัว ดวงตารื้นน ้า “ชายผู้นี้หล่อขึ้นทุกทีแล้ว…”
ที่ประตูทางเข้า เซียนผู้กำลังจับตามองสามัญชนในภพล่างอยู่สัมผัสจำนงศึกมหาศาลได้ ก็เหลียวมองมาอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่านี่คือปราณจากตัวเจียงผิงอัน เซียนผู้นี้ก็เผยสีหน้าประหลาดใจ
“ที่แท้ก็เป็นร่างศึก มิน่าเล่าจึงดึงดันนัก”
ผู้ฝึกตนซึ่งมีร่างศึกเช่นนี้ เกิดมาเพื่อต่อสู้ ชอบปราชันผู้แข็งแกร่ง
ความแตกต่างคือ เด็กนี่ถึงกับมีความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอน
เส้นทางไร้พ่าย หนทางนี้เดินไม่ง่าย หากท้าทายยอดอัจฉริยะของชางจืออย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ เส้นทางสายนี้ก็จะพินาศลงที่นี่
กระทั่งยอดอัจฉริยะยังได้พบตัวตนที่แข็งแกร่งกว่า ต่างผู้ล้วนพ่ายเป็น หากพ่ายสักครั้งแก่ตัวตนร่วมขอบเขต เส้นทางนี้ก็จะพังทลาย
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้ความกลัว มองชื่อผู้ฝึกตนในอันดับร้อยของขั้นต้นระดับเขตแดนแล้วกล่าวขึ้นว่า “ผู้อาวุโสหลงเจวี๋ยเฟิงโปรดชี้แนะด้วย”
ยามนั้น ป้ายศิลาเรืองประกายวูบไหว ท้องนภาเต็มไปด้วยอักขระเซียน แล้วร่างสูงของชายมีเขามังกรสีทองผู้หนึ่งก็ปรากฏบนป้ายศิลา
นอกจากใบหน้าแล้ว ร่างกายส่วนอื่นของเขาล้วนปกคลุมด้วยเกล็ดมังก