งหรณ์ของผมแม่นมากนะ” เจียงชิงไม่มั่นใจ “ผมแนะนำให้พี่อยู่ห่างจากเฝ่ยไป๋ลู่ ไม่อย่างนั้นคงเกิดเรื่องร้ายแน่”
กานว่างไม่ใคร่ใส่ใจ แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างไม่จริงใจ “เออ ๆ นายพูดถูก”
เจียงชิงพลันทำแก้มป่องเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ
ทว่ากานว่างรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดไร้สาระอีก เขาพยุงหลินเจี้ยนลี่ขึ้น “ช่วยฉันพยุงผู้ชายคนนี้ เราต้องพาเขากลับไปให้อาจารย์ดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
เจียงชิงยังคงตระหนักถึงลำดับความสำคัญของเรื่องนี้ จึงหยุดดื้อรั้น เข้าพยุงคน และเร่งความเร็วฝีเท้า
อีกด้านหนึ่ง
“คนตระกูลเฝ่ยนี่มันโง่จริง ๆ” อาจารย์หลินโยนถ้วยชาในมือทิ้งด้วยความโกรธ
เขาให้เฝ่ยมาใช้ลูกกู่เพื่อควบคุมพ่อแม่บุญธรรมของเฝ่ยไป๋ลู่ แต่เฝ่ยมากลับให้ลูกกู่กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ทั้งที่เป็นคนตัดสินใจเก่ง แต่กลับชักนำผู้ชายซึ่งไม่เกี่ยวข้องด้วย จนเกือบเรียกความสนใจจากพวกสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าได้แล้วไหมเล่า
นอกจากจะจับพ่อแม่บุญธรรมของเฝ่ยไป๋ลู่เป็นตัวประกันไม่ได้แล้ว ไอ้เวรเฝ่ยมากลับสร้างปัญหาใหญ่ไว้อีก!
มารดาเอ็งเถอะ ถึงอาจารย์หลินผู้นี้จะไม่กลัวคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ขยาดสหายสุกรอย่างเฝ่ยมาที่สุด!
หานซุ่นเซิงดื่มชาอย่างใจเย็น “อย่าโมโหไป แค่กู่ตัวลูกหายไป ก็ให้เขาฝังร่างอีกตัวหนึ่งก็พอ”
“ก็จริง” อาจารย์หลินพูดอย่างเสียไม่ได้ว่า “แต่ร่างกายของคนโง่นั่นสามารถรองรับได้อีกแค่หนึ่งตัวเท่านั้น หากไม่สำเ