ฑ์ดวงจิตแห่งเต๋าในทัณฑ์เซียน”
สีหน้าของหวังอิงชะงัก ท่านปู่ของนางก็เหมือนเคยพูดอะไรแบบนี้มาก่อน
เพราะความคิดของนางไม่ดีพอ ปู่ของนางจึงให้นางหยุดฝึกฝนชั่วคราว และออกมาฝึกฝนท่ามกลางมลทิน
หวังอิงผู้ถูกจี้ปัญหาตรงประเด็นเป็นประหนึ่งแมวถูกเหยียบหางขนลุกขนพองทันใด
“ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนอย่างเจ้าควรค่ามาสั่งสอนข้าแล้วหรือ? ก้าวข้ามข้าได้ยามใดค่อยพูดกันดีกว่า!”
รู้ว่าตนผิดเช่นไรก็เรื่องหนึ่ง การเปลี่ยนมันเป็นอีกเรื่อง หากปวงชนทราบจุดบกพร่องแล้วเปลี่ยนได้ทันทีกันหมด โลกหล้าคงสงบสุขไปนานแล้ว
เจียงผิงอันไหวไหล่ ไม่พูดอะไรอีก เห็นแก่ที่ทั้งอีกฝ่ายและเขาล้วนเป็นผู้ดูแลร้าน เขาจึงเตือนอีกฝ่ายอย่างหวังดี แต่อีกฝ่ายไม่ยอมถนอมไว้เอง
คนเช่นนี้มิอาจเกลี้ยกล่อม มีแต่ยามนางเผชิญอุปสรรคจริง ๆ จึงตาสว่างเอง
“น่าผิดหวังจริง” หวังอิงเปิดประตูร้าน นั่งอ่านหนังสือที่เดิมอีกครั้ง
ครู่สั้นๆ ต่อมา ผู้ฝึกตนมีเคราผู้หนึ่งก็เดินเข้าประตูมา
“ขอรบกวนถามหน่อย หากจะซ่อมอาวุธวิเศษที่นี่ คิดราคาเท่าไหร่หรือ?”
“ที่นี่ไม่มีบริการซ่อมอาวุธนะ”
หวังอิงเท้าคางอ่านนิยาย พูดโดยไม่เงยหน้า
ผู้ฝึกตนไว้เครากำลังจะหันหลังกลับ แต่เจียงผิงอันลุกขึ้นกล่าวกับเขา “ขอข้าดูหน่อยว่าอาวุธวิเศษเสียหายเพียงไร”
ยามเขาศึกษา ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ เขาทำลายอาวุธวิเศษไปมากมาย อวิ๋นเหยาก็สอนวิธีดูแลรักษาพวกมัน หลังศึกษามาร้อยห้าสิบปี เขาก็ได