ียงผิงอัน นางก็มิอาจลดตัวลงขอโทษได้
หลังเงียบไปเนิ่นนาน หวังอิงก็นั่งกลับลงบนเก้าอี้ กล่าวกับตนเองว่า “ในการประลองอัจฉริยะร้อยแดนดินชางจือหนก่อน ข้ามีอันดับเพียงสิบห้า ครั้งนี้จะติดสิบอันดับแรกได้แน่ ภายในเวลาสามร้อยปีข้าจะบรรลุเซียนได้แน่นอน!”
มันฟังดูกะทันหัน แต่แท้จริง หวังอิงอยากบอกเจียงผิงอันว่าพรสวรรค์ของนางดีเพียงไร เพื่อให้อีกฝ่ายเข้ามาประจบประแจงนางจะได้รักษาหน้าล้างอายให้ตนเอง
แต่เจียงผิงอันกลับเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงหลับตาฝึกฝนต่อไป
นั่นทำให้หวังอิงรู้สึกราวเหวี่ยงหมัดใส่วารี มิอาจใช้แรงใด ๆผู้ชายคนนี้หูหนวกหรือไร? ไม่ได้ยินที่นางพูดหรือ?
แน่นอนว่าเจียงผิงอันได้ยิน แต่เขาไม่รู้ว่าการประลองอัจฉริยะร้อยแดนดินชางจือคืออะไร และต่อให้เขารู้ เขาก็ไม่สนใจ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้วนี่
หวังอิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถีบม้านั่งกระเด็นไป “เจ้ามันเยี่ยม! เจ้าร้ายกาจมาก ข้าผิดต่อเจ้า ข้าขอโทษ! พอใจหรือยัง! ทำไมจึงทำหน้าเหม็นบูดเช่นนั้นไม่หยุดเลยหา!”
“เจ้าผิดต่อข้าก่อน แต่ทำเหมือนเป็นความผิดข้าเลยนะ”
เจียงผิงอันลืมตาขึ้นพูดอีกสองสามคำ “ความคิดอย่างเจ้า เป็นเซียนในสามร้อยปีไม่ได้หรอก หากมิยอมรับความผิดอย่างสุขุม ทำตัวถ่อมตนเข้าไว้ ก็ทำตัวน่ารังเกียจ ทำผิดไม่ขอโทษ เห็นตัวเองเป็นใหญ่ เลิศล ้าหนึ่งเดียวในหล้าต่อไป”
“ความรู้สึกขัดแย้งทั้งรู้สึกผิดและไม่เต็มใจขอโทษของเจ้า จะทำให้เจ้าพ่ายต่อทัณ