เจียงผิงอันเพิ่งมาถึงสำนักศึกษาชางจือ กำลังไม่รู้จะทำอะไร การเป็นผู้ดูแลร้านก็มิได้ปัญหาเยอะ หาอันตรายไม่ ทิ้งอวตารไว้ขายของแล้วตั้งอกตั้งใจฝึกฝนได้ นับเป็นสถานที่ดีไม่หยอก
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ รับความเมตตาของผู้อาวุโสท่านนี้
หวังต้งโยนป้ายทองป้ายหนึ่งให้เจียงผิงอัน “นี่ป้ายเทวะของเจ้าเซียนผู้นี้ทิ้งหมายเลขติดต่อของข้าในป้ายเทวะของเจ้าแล้ว หากมีเรื่องสำคัญอันใดก็ติดต่อมา แต่หาไม่ก็อย่ารบกวนกัน”
เจียงผิงอันรับป้ายเทวะสีทองมา สืบจิตสัมผัสเข้าตรวจสอบ แล้วก็พบสถานที่อันเรียกว่าแถบสนทนา มีกล่องเล็ก ๆ เขียนไว้ว่า [เซียนหวังต้ง]
จากการควบคุมจิตสัมผัส ก็สามารถทิ้งข้อความหรือเสวนาออกเสียงด้วยได้
หวังต้งทิ้งข้อความไว้ให้เขา บอกตำแหน่งชัดเจนของร้านค้าตามตำแหน่งไปก็หาพบได้ ช่างวิเศษยิ่ง
หลังจากคนทั้งหลายได้ป้ายเทวะ ก็ถือว่าเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาชางจือกันแล้ว
เมื่อออกจากสำนักลงทะเบียนศิษย์ เหมียวเสียก็อดบ่นกับเจียงผิงอันมิได้ “เจ้าจะเป็นคนขายของทั่วไปได้อย่างไร เจ้าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งนะ”
ตำแหน่งนี้หาคู่ควรกับฐานะของเจียงผิงอันสักนิดไม่ เหมียวเสียจึงสุดไม่พอใจกับทางเลือกของเจียงผิงอัน
“อัจฉริยะอะไร มันก็แค่นามลวง ไม่มีประโยชน์เลย” เจียงผิงอันไม่รู้สึกว่างานนี้กดค่าคนตรงไหน
เฉียนอู่เอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “ขอเลขประจำป้ายพวกเจ้าหน่อย ข้าจะลากเข้าคณะ [เสินกวง] ให้”
เลขประจำป้ายเป็นแถ