มีผู้คนมากมายในสำนักศึกษาชางจือที่ยังไม่บรรลุเซียน แต่ทุกผู้ในสำนักศึกษาชางจือล้วนสามารถพอบรรลุเซียนได้ทั้งสิ้น
หากสามารถพอบรรลุเซียน ก็ย่อมต้องผูกมิตรไว้
สถานการณ์อย่างเจียงผิงอัน แม้เขาจะแข็งแกร่งยิ่งก่อนบรรลุเซียน ก็ยังไร้ราคาอยู่ดี
“ในเมื่อเจียงผิงอันถูกห้ามเข้าร่วม เช่นนั้นข้าก็มิขอเข้าร่วมเสินกวงแล้ว”
เหมียวเสียพลันเอ่ยขึ้น
วาทะสิ้นคำ คู่ชายหญิงเฉียนอู่และเส้าเฟิงล้วนตะลึงนิ่ง
หยางจิ่นอวี๋ขมวดคิ้ว “อย่าวู่วามน่า นี่เรื่องของอนาคตนะ เราสองคนร่วมคณะเดียวกัน จะได้ดูแลกันได้ไง”
แม้นางกับเหมียวเสียจะเปรียบเทียบกันบ่อยหน แต่ก็มิได้แค้นเคืองอะไรกันนักหนา ยามนี้เมื่อพวกนางจะไปยังสถานที่อันมิเคยคุ้นการพึ่งพากันเพื่ออยู่รอดย่อมดีกว่า
สตรีผู้นี้ถึงกับยอมทิ้งโอกาสการเข้า ‘คณะ’ ดี ๆ เช่นนี้เพื่อชายซึ่งมิอาจบรรลุเซียนได้เนี่ยนะ
“เจ้าไม่มีสามี ไม่เข้าใจหรอก พวกเจ้าคุยกันต่อไปเถอะ”
เหมียวเสียหันกายเดินจากไป คณะนี้ไม่ให้เจียงผิงอันเข้าร่วม ต่อให้เป็นคณะสูงสุด นางก็ไม่อยากเข้าร่วม
“ช้าก่อน”
เฉียนอู่รีบร้อนเรียกเหมียวเสียไว้
“เราให้เจียงผิงอันเข้าร่วมก็ได้ แต่เจ้าก็รู้ว่าเขามิอาจมาสบายเปล่า เขาจะมิอาจได้ทรัพยากรมากมายซึ่งแบ่งจากผลงาน ไม่ว่าคณะใดก็ไม่มีทางยกทรัพยากรให้กันเปล่า ๆ อยู่แล้วนะ”
ข้างกายนาง เส้าเฟิงเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็ทำเพียงอ้าปากพะงาบ มิได้เอ่ยอะไรออกมา
การให้เจียงผิงอันเข้าร่วมค