ตู้ม!
แสงทองอันเรืองจรัสพลันปรากฏ ขับเมฆอัสนีไปจนสิ้น
เหมียวเสียในเกราะวิญญาณศึกหวนปรากฏสู่ทุกสายตา เรือนผมยาวพลิ้วไสว กฎเต๋าเซียนรายล้อมรอบกาย บรรยากาศยิ่งยงหาญกล้าดุจเทพีแห่งสงครามจากโบราณกาลปรากฏลักษณ์
ยามรับมืออัสนีลูกสุดท้ายนี้ เหมียวเสียใช้วิชาลับของ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ‘ร่างวิญญาณเทวา’ รอดพ้นทัณฑ์เซียนมาได้
เมฆาดำทะมึนแปรเปลี่ยนเป็นเมฆมงคลเจ็ดสี หลากหายเข้าสู่กายเหมียวเสีย บาดแผลของนางฟื้นสภาพในพริบตา บรรยากาศทั่วกายประหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นคนละคน
เรียวขาเปี่ยมเสน่ห์ เอวคอดเพรียวบาง ผิวกายขาวดุจหิมะ เนินเขามหึมาตรงหน้าคลับคล้ายสมบูรณ์ขึ้นอีก บนร่างกายไร้ซึ่งที่ติใด ๆ
เมื่อบรรลุขอบเขตนี้ คนผู้นั้นมินับเป็นสามัญชนอีกต่อไป ขอเพียงมีพลังพอ ขอเพียงไม่บาดเจ็บก็ยืนยงได้ตราบกาล
นี่คือขอบเขตที่ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนในภพแร้นแค้นปรารถนาจะบรรลุ
แต่เหมียวเสียเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนมนุษย์ ยังมีขอบเขตเซียนปฐพี เซียนสวรรค์ เซียนแท้และอื่น ๆ อยู่เบื้องบน…
ผ่านแต่ละระดับ ชีวิตก็ล้วนยกระดับไปอีกขั้น
ผู้ฝึกตนมากมายตะลึงค้าง มองเหมียวเสียอย่างไม่อยากเชื่อ สตรีผู้นี้ทำสำเร็จจริง ๆ ด้วย!
เดิมที นางจะตายอยู่แล้ว แต่ถูกวาทะช่วงท้ายของเจียงผิงอันปลุกขึ้นมา…
“ยินดีด้วยสหายเต๋าเหมียว”
เซียนผู้ดูแลประตูลืมเซียนสิ้นความเฉยชาในกาลก่อนไปยามเผชิญหน้าเหมียวเสีย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม
หากบรรลุเซียนได้ภายในร้อยปีแร