“ทำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ หรือ?”
เจียงผิงอันไม่เต็มใจยอมรับ เขาบากบั่นฝึกฝนมาจนบัดนี้ ไฉนกันสวรรค์จึงรั้งมิให้เขาเป็นเซียน?
“บางที ขอเพียงเจ้าแข็งแกร่งพอ ก็อาจรอดทัณฑ์อัสนีได้นะ”
อวิ๋นเหยาเว้นช่วงเล็กน้อยจึงพูดต่อ “ข้าเห็นศึกเมื่อครู่ของเจ้าแล้ว แม้อีกฝ่ายจะแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายก็มีขอบเขตเดียวกับเจ้า ขอเพียงเอาชนะอีกฝ่ายได้ เจ้าก็ผ่านแน่แล้ว”
เจียงผิงอันรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายพูดจาเพ้อเจ้อ “ปัญหาคือจะเอาชนะอีกฝ่ายอย่างไร อีกฝ่ายโกงกันชัด ๆ ลอกเลียนความแข็งแกร่งของข้า แต่กลับแข็งแกร่งกว่าข้าเสียได้”
“นั่นเพราะเจ้ายังไม่สมบูรณ์พอต่างหาก ขอเพียงความเร็ว พลังทำลายและความทนทานของเจ้าสมบูรณ์แบบ อีกฝ่ายก็ก้าวข้ามเจ้าไม่ได้หรอก”
เจียงผิงอันแย้ง “ความคิดนี้มีปัญหาในตัวมันอยู่ หากข้าสมบูรณ์พอ สิ่งที่ลอกเลียนข้าก็จะสมบูรณ์เช่นกัน ข้ามิอาจเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างมากก็ทำได้เพียงเสมอ”
“เช่นนั้นก็ถอดใจเสีย มาสิ เรียกข้าเป็นแม่บุญธรรม แล้วข้าจะแบ่งโลงแก้วผลึกนี่กับเจ้าคนละครึ่ง”
อวิ๋นเหยาเขยิบตัว ร่างของนางผอมเพรียว โลงแก้วผลึกนี้ก็กว้างนัก เมื่อเขยิบหลีกจึงเกิดที่ว่างมากมาย
สีหน้าของเจียงผิงอันสุดไม่เต็มใจ ในภพเซียน ‘กินคน’ แห่งนี้หากเขาแข็งแกร่งไม่พอ ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องถูกกิน
แม้อวิ๋นเหยาจะช่วยเขาคืนชีพบุพการีได้ แต่เขาจะปกป้องบุพการีได้อย่างไร? เขาอยากให้พ่อแม่มีชีวิตยืนยาวได้อย่างแท้จริงทั้งยังอยากให้เ