ที่เดิมไปทันที ท่าทีดูงุนงง “เมื่อครู่ข้าไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
เขาไม่ยอมรับสิ่งที่ตนเพิ่งพูด ประหนึ่งเสียความทรงจำไป
“กายเนื้อข้าเพิ่งฟื้นคืน มานวดเท้าคลายเส้นเลือดข้าหน่อยมา”
อวิ๋นเหยานั่งบนโลงแก้วผลึก ยกเท้าข้างหนึ่งวางบนผนังโลง
“ผู้อาวุโส การนวดเท้าเป็นวิธีผ่อนคลายของปุถุชน ท่านเป็นเซียน หาจำเป็นไม่”
หลังจากถูกหลอกไปหน น ้าเสียงของเจียงผิงอันก็มิได้นอบน้อมเช่นกาลก่อนแล้ว
ให้เขามานวดเท้ามิใช่หยามกันหรือไร? ยอดฝีมือระดับขอบเขตอย่างเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?
อวิ๋นเหยาชำเลืองวังกาลเวลาที่ด้านข้าง กล่าวขึ้นว่า “ข้าช่วยเจ้าพัฒนาระดับวังนี้ได้นะ ความต่างการไหลเวลาของวังแห่งนี้กับโลกภายนอกจะกลายเป็นหลายสิบเท่าเลย”
วาทะนี้ลบความเคืองแค้นบนใบหน้าเจียงผิงอันไปทันที เขาลุกเดินมาหาด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโส หากจะหาคนนวดล่ะก็ ท่านหาถูกคนแล้ว ข้าศึกษาชีพจรเพื่อการฝึกฝน นวดคนเก่งที่สุด”
หากคนภายนอกเห็นท่าทีเช่นนี้ของเจียงผิงอัน ต้องคิดเป็นแน่ว่าเขาสิ้นตัวตนไปแล้ว
ตัวเขาในโลกภายนอกเปี่ยมจิตอาฆาตเยี่ยงเทพสังหาร เย็นชากดดัน แต่กลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้
จะโทษเจียงผิงอันว่าเปลี่ยนสีเช่นกิ้งก่าก็มิได้ หนึ่งเพราะการฝึกฝนของสตรีผู้นี้สูงล ้า สองเพราะข้อเสนอของสตรีผู้นี้สะท้านถึงหัวใจเขาต่างหาก
หากความต่างเวลาระหว่างวังกาลเวลาและโลกภายนอกสูงเป็นสิบ ๆ เท่าได้ ก็หมายความว่าหากเขาฝึกฝนในวังกาลเวลาหมื่นปี ก็จะเ