เหล่าเซียนจากสำนักเซียนเทียนหลานหงุดหงิดใจกับคำท้าทายของเจียงผิงอันยิ่ง แต่จะให้ทำเช่นไร ที่นี่ไม่มีผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนซึ่งมีพลังต่อสู้สูงล ้าอยู่เลย
ต่อให้พวกเขามีคนจริง เอาชนะเจียงผิงอันได้ พวกเขาสำนักเซียนเทียนหลานก็ไร้สิ่งใดให้ภาคภูมิอยู่ดี
ในฐานะหนึ่งในห้าสำนักเซียนใหญ่ของแดนจันทร์มายา การต้องใช้ยอดอัจฉริยะขั้นขอบเขตสูงกว่าในการเอาชนะอีกฝ่ายนั้นอัปยศจริงแท้
และนี่แหละจุดประสงค์ของเจียงผิงอัน เขาจะเหยียบย ่าซ ้าหน้าสำนักเซียนเทียนหลานให้มิดบาทา เหยียดหยามพวกเขาให้ขายหน้าอย่างถึงที่สุด
การทำร้ายศักดิ์ศรี บางครั้งก็แย่กว่าฆ่ากันตรง ๆ
“สำนักเซียนเทียนหลานก็แค่นี้เอง”
เจียงผิงอันพูดเนิบ ๆ แล้วหันไปกล่าวกับเซียนจากสำนักอื่น
“ผู้อาวุโสทุกท่าน เคหานี้ข้าเป็นผู้พบก่อน และข้าก็เป็นผู้พิทักษ์มัน ในเมื่อพวกท่านต้องการเคหานี้ ก็ให้กำปั้นพูดแทนปาก หรือจะส่งผู้ฝึกตนขั้นขอบเขตสูงกว่าข้าหนึ่งขั้นมาประลองกันเช่นเงื่อนไขเมื่อครู่ก็ได้ หากเอาชนะข้าได้ เราสำนักเซียนอวี่หวงก็จะยอมถอย”
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ตัดสินใจแทนสำนักเซียนอวี่หวงได้หรือ?” เซียนผู้หนึ่งจากสำนักเซียนกระบี่มองเจียงผิงอันอย่างดูแคลน
เด็กนี่คงมิใช่เห็นตัวเองมีฝีมือนิดหน่อยก็คิดอุปโลกน์ทำการใหญ่กระมัง?
นี่ต้องเป็นเคหาของเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีโอกาสมากมายภายในแน่ ๆ หาไม่ คงไม่มีทางที่เซียนอย่างพวกเขาจะปรากฏตัว
โอกาสใหญ่