“เจียงผิงอัน หนนี้ไม่ว่าพลังต่อสู้ของเจ้าจะท้าทายสวรรค์เพียงไรเจ้าก็ต้องตายที่นี่อยู่ดี!”
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงตกใจกับความแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน อีกฝ่ายขั้นย่อยน้อยกว่าเขาขั้นหนึ่งแท้ ๆ แต่กลับสู้เสมอกับตนได้ ทำให้เขาทั้งริษยาและโกรธเคือง
ทว่าสุดท้าย เจียงผิงอันก็ยังมีขั้นย่อยน้อยกว่าเขาอยู่ดี ไม่มีผลรากฐานให้ใช้ จึงมิอาจพัฒนาพลังต่อสู้มากไปกว่านี้
ขณะที่โอวหยางเจวี๋ยเฟิงดึงพลังจากผลรากฐานในกาย เขตแดนมิติซึ่งเดิมถูกเขตแดนแฝดข่มฤทธิ์ไว้ก็แผลงฤทธิ์ออกมาได้อีกครั้ง
อำนาจมิติอันประหลาดและแข็งแกร่งผสานกับวรยุทธ์กระบี่ระดับเซียนนั้นเกินเจียงผิงอันรับไหว เกราะวิญญาณศึกของเขาแตก รอยแผลจากกระบี่ปรากฏบนร่างเฉียบพลัน เขาถูกแทงไปหลายแผลโลหิตหลากหลั่งออกจากกาย
ด้วยพลังป้องกันเบ็ดเสร็จของ ‘ร่างวิญญาณเทวา’ เจียงผิงอันย่อมไม่ปราชัยยับเยิน แต่ยามนี้เขาก็ยังสะบักสะบอมยิ่ง
เหมียวจิ่งเห็นเจียงผิงอันเพลี่ยงพล ้า ก็ตะโกนขึ้นว่า “เลิกซ่อนได้แล้ว รีบใช้อวตารกลืนสวรรค์เถอะ!”
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาได้ถูกฆ่าแน่ ๆ
ครั้งนี้เป็นศึกตัดสินเป็นตาย มีฝ่ายเดียวเท่านั้นที่จะรอด
ทั้งสำนักมีเพียงเหมียวจิ่งที่รู้ว่า ‘ไป๋ฟาน’ คืออวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอัน และยามนี้เขาต้องใช้มันออกมา
“ร่างนั้นบาดเจ็บอยู่ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ
เพราะอวตารกลืนสวรรค์ฉีกรากเซียนอัสนีหยินออกจากตัวรากฐานจึงเสียหาย มิอาจฟื้นคืนได้ในกาลอันสั้น
หัว