ใจเหมียวจิ่งดิ่งร่วง หากเป็นแบบนี้ เจียงผิงอันก็จบสิ้นแล้วสิ?
คนอื่น ๆ ในสำนักเซียนอวี่หวงก็ร้อนใจ หากเจียงผิงอันตายไป ก็จะเป็นความเสียหายร้ายแรงของสำนัก
พวกเขาล้วนหวังว่าเจียงผิงอันจะคว้าชัย แต่เจียงผิงอันไร้โอกาสพลิกพ่ายสู่ชัยได้เลย
“หากกาลเวลาไม่ปรากฏ ข้าก็เป็นใหญ่!”
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงแสนสุดฮึกเหิม อาภรณ์พลิ้วไสว เขาไม่รู้สึกว่าตนด้อยกว่ายอดอัจฉริยะผู้ใด คิดว่าตนเป็นรองคนเหล่านั้นเพียงเพราะไม่ถูกสนใจมากพอ
หลังจากวันนี้ มีเจ้าสำนักฝึกฝน ตัวเขา โอวหยางเจวี๋ยเฟิงจะได้ยืนบนจุดสูงสุดของระดับกับเขาเสียที!
“เจียงผิงอัน ปราณเซียนในตัวเจ้าจะพอใช้ได้นานเพียงไรเชียว?ปลงเสียเถอะ”
หากมิใช่เพราะวิชาป้องกันอันแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน เขาคงบดขยี้อีกฝ่ายได้นานแล้ว
แม้เจียงผิงอันจะเต็มไปด้วยบาดแผล สีหน้าของเขาก็ยังไร้การแปรเปลี่ยน “จริงแท้ เจ้าสามารถพอต้อนข้าได้ถึงเพียงนี้ เจ้าคู่ควรได้เผชิญหนึ่งในไพ่ตายของข้า”
สีหน้าของโอวหยางเจวี๋ยเฟิงสุดหยามเหยียด กระบี่ในมือพลิกพลิ้วโจมตีไม่หยุดพัก “ต่อให้เจ้ามีไพ่ตายมากกว่านั้น ก็อย่าหวังรอดชีวิตไปได้เลย”
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันผู้นี้สูงจนน่ากลัวพอแล้ว หากพัฒนาต่อได้ก็คงไม่เพิ่มมากนักหรอก
“ลักษณ์วิญญาณศึก”
เซียวเหลียงเหยียน เจ้าสำนักเซียนอวี่หวงพลันปริปากโพล่งวาทะเหล่านี้ออกมา
เหล่าเซียนใกล้ตัวเขาต่างมองมาอย่างงุนงง เจ้าสำนักพูดอะไรอยู่‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ อะไรก