ัน? ไฉนไม่ยักเข้าใจเลย
ขณะนั้นเอง เกราะวิญญาณศึกบนตัวเจียงผิงอันก็สลายสู่สุญตาเป็นประกายดาราพริบพราว
“ถอดเกราะเช่นนี้ เท่ากับยอมแพ้แล้วหรือไม่? ตัดสินใจได้ฉลาด” มุมปากของโอวหยางเจวี๋ยเฟิงยกยิ้ม เห็นอนาคตอันสุกสกาวรำไรแล้ว
เขาเงื้อกระบี่เตรียมปลิดชีพเจียงผิงอัน ทว่าทันใดนั้น ปราณอันยิ่งใหญ่ชวนขนลุกสายหนึ่งก็กระแทกตัวเขากระเด็นไป
จากนั้น เขาก็เห็นภาพที่น่าตกใจสูงสุดของชีวิต หนึ่งภาพฉายสีดำขนาดมหึมา ล้นฟ้ามิอาจเห็นจุดจบปรากฏขึ้นเยี่ยงตัวตนสูงสุด
ปราณมหาศาลนั้นคลับคล้ายจะควบแน่นเป็นจักรดารา คู่จันทราบนฟ้าเหลือเพียงเครื่องประดับ ท้องนภารายล้อมด้วยอักขระศักดิ์สิทธิ์ ทุกชีวิตที่นี่รวมถึงเซียนทั้งหลายล้วนสัมผัสได้ถึงจำนงศึกอันชวนขนลุก
แต่ผู้ที่รู้สึกเด่นชัดกว่าใครก็คือโอวหยางเจวี๋ยเฟิงซึ่งอยู่ในสมรภูมิ
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงเงยหน้ามองภาพฉายเกินหยั่งวัดนี้ กระบี่ในมือสั่นสะท้านเกินควบคุม
“น… นี่มันอะไร?”
ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนแผลงคลื่นพลังน่ากลัวเพียงนี้ได้อย่างไรกัน
วิชาลับเสริมจากวิชาเทียมเทพสงครามขั้นหก ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’
เกิดจากการผสานจำนงศึกไร้พ่ายในใจกับปราณเซียนทั้งหมดในกาย ทวีพลังมหาศาลในชั่วกาลสั้น ๆ
ภาพฉายมหึมาซึ่งสูงล ้าเกินประมาณนี้กดดันสะท้านสะเทือนทั้งใจกายของผู้คนได้อย่างล้นพ้น
ลักษณ์วิญญาณศึกกำหมัด ออกหมัดทำลายล้าง กฎเกณฑ์มากมายรวมตัวล้อมกำปั้น เสียดเวหารุนแรงจนเพลิงลุกโชนเช่น