เมื่อได้ยินเสียงแผดร้องโหยหวนของฉางตี๋ เจียงผิงอันก็ผ่อนคลายสบายยิ่ง
จนเมื่อกระดูกทุกท่อนยกเว้นกะโหลกศีรษะถูกถอดเกลี้ยงหลงเหลือเพียงหนังมนุษย์บาง ๆ เขาก็หยุดมือ
สุดแสนอิดออดใจจะฆ่าเขาเสียเดี๋ยวนี้
เจียงผิงอันผนึกปราณเซียนในตัวฉางตี๋ สร้างเป็นตรวนผูกคออีกฝ่ายไว้ เตรียมลากหนังมนุษย์ฉางตี๋ไปตลอดการเข่นฆ่า
“พี่เขยใจเย็นลงหน่อยเถอะนะ เป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้าคงได้กลายเป็นมารแน่แท้”
หยางหลวนตระหนักได้ว่าสภาพปัจจุบันของเจียงผิงอันไม่ปกติก็รีบเข้าไปเกลี้ยกล่อม
ในภพเซียนก็มีมาร และมารก็คือคำเรียกตัวตนซึ่งมีอำนาจในเชิงลบอย่างรวม ๆ
ชื่อเสียงของมารในภพเซียนก็มิใช่ดี
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ “มาร? เจ้าพวกสำนักเซียนเทียนหลานนี่มิใช่มาร แต่พวกเขาทำถูกหรือ? นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็นหรือ? ยุติธรรมหรือ?”
“หากข้าเป็นมาร สิ่งที่ข้าทำล้วนผิด ไม่ถูกสักอย่างหรือ?”
“หากมองโลกหล้าตามกฎเกณฑ์ที่ผู้อื่นเขียน สิ่งที่เจ้าเห็นจะเป็นโลกของผู้อื่นตราบกาล คิดเองมิได้ จะเลือกเส้นทางของตนเองได้อย่างไร สุดท้ายก็จะค้างคากับที่ตลอดไป”
เมื่อได้ยินวาทะของพี่เขย หยางหลวนก็จมในภวังค์ครุ่นคิด รู้สึกคลับคล้ายจะบรรลุบางสิ่งชอบกล
เจียงผิงอันเหวี่ยงกิ่งมารแหวกมิติ “ไปเถอะ มีศัตรูกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่”
หยางหลวนเห็นเจียงผิงอันไม่เหมือนจะจรจากไปไหน จึงถามว่า“พี่เขย แล้วเจ้าล่ะ?”
“โลหิตจิ๊บจ๊อยแค่นี้ จ่ายหนี้เลือดที่พวกเขาติดค้างไม่หม