วตน ทั้งคู่ก็เข้าไปด้านใน
ตำหนักแห่งนี้โอ่อ่า เก่าแก่ และมีเอกลักษณ์ยิ่ง
ยามทั้งสองมาถึง ผู้ฝึกตนมากมายก็มาถึงก่อนแล้ว ผู้คนนั่งรอเรียงรายซ้ายขวาอยู่ข้างในมากมาย ต่างฝ่ายดื่มสุราเสสรวล รอหยางจิ่นอวี๋มาประกาศวิธีได้ป้ายผ่านทาง
ผู้ที่อยู่ด้านในสุดของโถงตำหนักคือสตรีในชุดขาวเรียบง่ายผู้หนึ่ง เส้นผมยาวสยายถึงสะโพก
สตรีผู้นี้ดูมิได้ตราตรึงอะไร แน่นอน นี่หมายถึงมาตรฐานภพเซียน นางยังคงดูดีหากอยู่ในที่อื่น ๆ
นางให้บรรยากาศเช่นหญิงงามมากปัญญา ดวงตาสุกสกาวเกินดารา คลับคล้ายมองทะลุได้ทุกสิ่ง
คนผู้นี้คือหยางจิ่นอวี๋ อัจฉริยะสูงสุดของสำนักเซียนเป่ยฮวง ผู้ฝึกจิตผู้หนึ่ง
ทันทีที่เหมียวเสียเข้าประตูมา หยางจิ่นอวี๋ก็สังเกตเห็นนาง ลุกขึ้นเดินผ่านฝูงชนมาหาเหมียวเสียแล้วเอ่ยปากทักทายขึ้นก่อน
“น้องหญิงเหมียว มิพบกันนานเลย”
หยางจิ่นอวี๋แย้มยิ้มบาง
“พี่หญิงหยาง มิได้พบกันนาน” เหมียวเสียยิ้มตอบ
ทั้งสองมีสถานะและตัวตนระดับเดียวกัน จึงย่อมรู้จักกันความสัมพันธ์ฉากหน้ามิได้แย่
หยางจิ่นอวี๋หันมองเจียงผิงอันที่ข้างตัวนาง “ขอบคุณที่ดูแลน้องชายข้านะ”
เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง น้องชายนาง?
เจียงผิงอันคิดว่าอีกฝ่ายจำคนผิด แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้
เขารู้จักคนแซ่หยางในสำนักเซียนเป่ยฮวงอยู่เพียงหนึ่ง และคนผู้นั้นก็คือหยางหลวน
ในเมื่อหยางจิ่นอวี๋พูดเช่นนี้ หยางหลวนต้องเป็นน้องชายนางแน่ๆ
“ข้ามิได้ดูแลเขามากมายอะไรหรอก มิ