ได้พบกันบ่อยด้วยซ ้าไป”เจียงผิงอันตอบตามจริง
“แค่เจ้าไม่โกหกเขาก็ดีมากแล้วล่ะ”
หยางจิ่นอวี๋รู้ว่าน้องชายนางสมองทึบไปนิด มักถูกผู้อื่นหลอกใช้ไม่ก็ปอกลอกทรัพยากรอยู่เรื่อย
เจียงผิงอันผู้นี้ไม่หลอกน้องชายนาง อย่างน้อย ๆ ก็มิใช่คนเลวร้าย
หยางจิ่นอวี๋พาทั้งคู่มาที่แถวหน้าของงานเลี้ยง อัจฉริยะร่วมระดับจากขุมกำลังใหญ่เทียบเท่ากันเช่นนี้ย่อมละเลยมิได้
อัจฉริยะล ้าเลิศมากมายจากหลายสำนักเสสรวลเสวนา เจียงผิงอันแทรกมิได้ จึงกินอาหารระหว่างฟังพวกเขาคุยกัน
อาหารในภพเซียนนั้นมิใช่สิ่งที่ภพแร้นแค้นเทียบติดได้เลย กลับบ้านหนหน้า ต้องนำกลับไปให้บุตรีลิ้มลอง
“สหายเต๋าหยาง ก่อนประกาศวิธีหาป้ายผ่านทาง ขอเราดูได้หรือไม่ว่าป้ายผ่านทางหน้าตาเป็นเช่นไร?”
เชื้อวงศ์จากเมืองหลิงเยว่ผู้หนึ่งพูดอย่างคาดหวัง
คนอื่น ๆ เองก็ฉงนใจ พวกเขายังไม่เคยเห็นป้ายผ่านทางมาก่อนเลย
“ย่อมไม่มีปัญหา”
หยางจิ่นอวี๋ยิ้มบาง มิได้กลัวผู้ใดชิงมันไป นางหยิบก้อนศิลาสีแดงออกมา บนนั้นมีอักขระประหลาดจารึกอยู่ แผ่บรรยากาศเยือกเย็นกำซาบกาย
ปวงชนล้วนเผยสีหน้าริษยา ขณะที่ปากจะกล่าวอะไร จู่ ๆ เสียงพ่นข้าวก็ดังขึ้นในระยะปราชิด
“พรวด!”
ปวงชนหันมองต้นเสียงเป็นตาเดียวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ใครกันเสียมารยาท ระดับนี้แล้วยังพ่นข้าวอีก น่ารังเกียจจริง ๆ
“ขออภัยด้วย อาหารอร่อยเกินไป ข้ารีบกินไปหน่อย แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันกระอักไอตัวโยน มือปิดปากซ่อนสีหน้า
ปรากฏว