ามิคาดว่าจะได้ตำแหน่งอะไรในสำนักศึกษาชางจือ และมิได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้
อัจฉริยะตั้งมากมายยังคว้าน ้าเหลว นับประสาอะไรกับผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนอย่างเขา?
มันมิใช่สิ่งที่ต้องพากเพียรอย่างเดียวจึงได้มา แต่ต้องอาศัยโอกาสมากมาย
อวี๋เปยเห็นเจียงผิงอันเดินขึ้นบันไดไป ก็แซวเหมียวเสียเล่นว่า“เจ้านี่สำราญดีแท้ ออกสัญจรยังพาผู้ชายมาด้วย”
“ไสหัวหลบไปเลยย่ะ! ข้าแค่พาเขามาเปิดหูเปิดตา ไหนเลยจะคิดโสมมเช่นนั้นได้”
เพื่อซ่อนจุดอ่อนของตนเอง เหมียวเสียจึงนำสุราไหหนึ่งออกจากโลกใบน้อย กรอกเข้าปากอึกใหญ่ “รีบ ๆ เข้าเรื่องกันได้แล้ว ห้าป้ายตำแหน่งอยู่ที่ใด? มีเบาะแสหรือยัง?”
ทุก ๆ ร้อยปี สำนักศึกษาชางจือจะหย่อนป้ายสิบแผ่นลงในเมืองผี แต่ละแผ่นคือหนึ่งตำแหน่ง ผู้ที่หาป้ายเหล่านี้พบเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ไปสู่ด่านถัดไป
กล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าของอวี๋เปยก็เคร่งขรึมสุดขีด
“ห้าป้ายที่เหลือสาบสูญไปนับสิบ ๆ ปี หากคาดไม่ผิด น่าจะไปอยู่ในมือเจ้าพวกนั้นแล้ว…”
ว่าพลาง อวี๋เปยก็มองออกนอกหน้าต่างซึ่งปิดอยู่ เงาอันบิดเบี้ยวมากมายวูบไหวผ่านด้วยความเร็วสูงลิบ ให้บรรยากาศชวนพรั่นพรึงอย่างยิ่ง
‘เจ้าพวกนั้น’ ที่เขาพูดถึงก็คือตัวตนน่าสยดสยองข้างนอกนั่น
มือซึ่งถือไหสุราอยู่ของเหมียวเสียพลันเกร็งแข็ง สีหน้าเปี่ยมความเคร่งขรึม
หากเป็นเช่นนี้ โอกาสได้ป้ายมาก็แทบไม่มี
เซียนมนุษย์ยังออกสัญจรยามวิกาลมิได้ แล้วผู้ใดจะกล้าออกตามหาป้าย