อ้างว่าจะถึงทางออกได้ในหนึ่งวัน เหยียบย ่าหยางจิ่นอวี๋ให้จมดิน!”
ฉางหงนั้นสมเป็นศิษย์พี่ใหญ่ สติปัญญาของเขาดีกว่าใคร หาเรื่องเบนความสนใจปวงชนได้ทันที
“เจียงผิงอัน? ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนเลยแฮะ”
“อัจฉริยะจากสำนักเซียนอวี่หวงที่มีร่างศึกนั่นไง ยามห้าสำนักเซียนใหญ่ปราชัน เขาทะลวงถึงขั้นเก้าได้เป็นคนแรกในหมู่ผู้ฝึกเขตแดนขั้นต้น พลังต่อสู้เทียบเท่าไป๋ฟานผู้มีพรสวรรค์กลืนกิน”
“ถึงเจียงผิงอันจะเป็นสุดยอดอัจฉริยะในขั้นต้นระดับเขตแดน แต่เขาก็กำแหงไปแล้วที่จะเหยียบย ่าหยางจิ่นอวี๋จมดิน”
วงกตป่าศิลาอยู่ในระดับยาก มีเพียงผู้ฝึกตนซึ่งเชี่ยวชาญค่ายกลหรือมีพรสวรรค์พิเศษเท่านั้นที่มีโอกาสไปสู่ทางออกได้โดยไม่ทำลายค่ายกล
กระทั่งอัจฉริยะอย่างเหมียวเสียลองท้าทายหลายครั้งก็ยังมิอาจผ่านได้
ฉางหงก็เคยท้าทายมาสองสามครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านเช่นกัน
ค่ายกลมายาในป่าศิลาถูกผนวกกับค่ายกลต่าง ๆ จนกลายเป็นวงกตอันพิสดารยิ่ง มิอาจตรวจจับทิศทางใด ๆ ได้
นับแต่นาวาเซียนออกตัว มีเพียงหยางจิ่นอวี๋จากสำนักเซียนเป่ยฮวงเท่านั้นที่เดินถึงทางออกค่ายกล ใช้เวลาสามวัน
ในหมู่ศิษย์รุ่นปัจจุบัน หยางจิ่นอวี๋เลื่องชื่อในฐานะสตรีผู้มากพรสวรรค์ รอบรู้เกินใคร
แต่ยามนี้ ‘เจียงผิงอัน’ กลับบอกว่าจะทะลวงวงกตป่าศิลานี้ในเวลาเพียงหนึ่งวัน เหยียบย ่าหยางจิ่นอวี๋ให้จมดิน ถือได้ว่าเย่อหยิ่งสุดแสน
เหมียวเสียกำหมัดแน่น ร่างแผ่ปราณชวนสะพรึง ดวงตา