ำงยำวไกล รำคำค่ำโดยสำรก็ยิ่งสูง
ที่นี่มีนำวำเซียนอยู่มำกมำย บ้ำงมำเทียบท่ำ บ้ำงเหินทะยำนจำกผู้ฝึกตนสัญจรไปมำ
เจียงผิงอันและเหมียวเสียพบกับนำวำเซียนสีทองน ้ำเงินล ำหนึ่งซึ่งที่ข้ำงล ำเรือเขียนข้อควำม ‘จำกส ำนักเซียนเป่ยฮวงถึงเส้นทำงธำรดำรำ’ เอำไว้
“นอกจำกซื้อตั๋ว หำกต้องกำรห้องส่วนตัวก็ต้องซื้อแยกต่ำงหำกด้วยนะ สนนรำคำสี่หมื่นผลึกเซียน”
ผู้ฝึกตนซึ่งรับหน้ำที่ขำยตั๋วที่ประตูนำวำเซียนบอกเจียงผิงอันและเหมียวเสียด้วยสีหน้ำรำบเรียบ
“เช่นนั้น ตั๋วไปเส้นทำงธำรดำรำสองใบ และห้องสองห้อง”
เจียงผิงอันในยำมนี้มิขำดผลึกเซียนแล้ว กำรจะไปเส้นทำงธำรดำรำต้องใช้เวลำนำน เขำย่อมต้องมีห้องฝึกฝน
“มิต้องสองห้องหรอก เปิดห้องเดียวพอ”
เหมียวเสียพลันพูดขัดเจียงผิงอัน แล้วชิงเป็นฝ่ำยจ่ำยผลึกเซียน
“ศิษย์พี่หญิง เรำมีกันสองคนนะ ห้องเดียวไม่พอหรอก” เจียงผิงอันว่ำ
“เบียด ๆ กันหน่อยก็ได้แล้วมิได้หรือ? เปิดสองห้องเปลืองผลึกเซียนจะตำย ไม่รู้หรือว่ำหมื่นผลึกเซียนซื้อทรัพยำกรอะไรได้บ้ำง?ไฉนจึงสุรุ่ยสุร่ำยเช่นนี้”
ยำมเหมียวเสียเห็นเจียงผิงอันจะแย้ง นำงก็รีบจับศีรษะอีกฝ่ำยมำอุดไว้ที่อกนำงเพื่อปิดปำก “เจ้ำเป็นผู้ชำย มำกควำมอะไรนักหนำ?ศิษย์พี่หญิงผู้นี้มิถือสำ แล้วเจ้ำมัวถืออะไร?”
เห็นเช่นนี้ สีหน้ำของผู้ฝึกตนขำยตั๋วก็พลันเปลี่ยนเป็นเคืองแค้นสำยตำยำมมองมำยังเจียงผิงอันริษยำยิ่ง เขำอยำกชิงร่ำงเจ้ำนี่เสียเหลือเกิน และกระทั่งอย