ขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
กระทั่งเหมียวจิ่งในกาลก่อนยังมิอาจเข้าสำนักศึกษาชางจือได้หนทางนั้นข้ามไม่ง่ายจริงแท้
เหมียวจิ่งหันไปกล่าวกับเจียงผิงอันซึ่งยืนอยู่ถัดไป “ผิงอัน ฝากดูแลเสี่ยวเสียด้วยนะ”
โดยไม่รอให้เจียงผิงอันตอบ เหมียวเสียรีบใช้แขนเสื้อปาดน ้าตาตอบ “เขาขอบเขตด้อยกว่าข้า ข้าต่างหากต้องดูแลเขา”
“ไม่พูดแล้ว ข้าต้องเร่งเดินทาง”
เหมียวเสียกลัวว่าตนจะหลั่งน ้าตา เป็นที่ขายหน้าแก่ปวงชน จึงหันกายเหินไปทันที
เจียงผิงอันคารวะเหมียวจิ่งและเหล่าผู้ที่มาส่ง “อาจารย์ ผู้อาวุโสทุกท่าน ศิษย์ขอตัวก่อนนะขอรับ”
แล้วเขาก็หันกายตามเหมียวเสียไป
“สองคนนี้จะทำสำเร็จหรือไม่?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เสี่ยวเสียมีโอกาส แต่เวลาฝึกฝนของผิงอันสั้นเกินไป ขอบเขตอ่อนด้อยเกินไป ไม่มีทางทำได้เลย” ผู้อาวุโสอีกคนตอบ
“ขอเพียงปลอดภัยกลับมา จะเข้าสำนักศึกษาชางจือได้หรือไม่ก็ไร้สำคัญ” เหมียวจิ่งหวังเพียงทั้งสองจะอยู่รอดปลอดภัย
เหมียวเสียและเจียงผิงอันไปยังเมืองเซียนด้านล่างสำนัก ไปรับผลเต๋าวิญญาณเซียนที่หอเลิศโอสถ
ระหว่างทาง น ้าตาของเหมียวเสียหยาดหยดตลอดทาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางต้องจากบ้านไกล ใจไม่ยินดีอย่างยิ่ง
หลังร ่าไห้อยู่สักพัก จู่ ๆ เหมียวเสียก็หันไปหาเจียงผิงอันซึ่งอยู่ข้างกาย “นี่เจ้า ไม่เห็นหรือว่าศิษย์พี่หญิงร ่าไห้อยู่? ไฉนเจ้าไม่เข้ามาปลอบศิษย์พี่หญิง?”
“นี่เป็นอารมณ์ซึ่งปกติยิ่ง ต่อให้ปลอ