ดิมพันหรือไม่?”
ปวงชนผงะไปเล็กน้อย เจ้านี่ระห ่าอะไรเพียงนั้น? เดิมพันสูงเพียงนี้ เขามีศาสตราเซียนจ่ายหรือ?
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่ตอบ ไป๋ฟานก็ยิ้มเย้ย “อย่าบอกนะว่า พวกเจ้าเป็นถึงสำนักเซียนอวี่หวง แต่แค่นำศาสตราเซียนสักชิ้นออกมายังทำมิได้ เฮอะ สวะแท้”
บนนาวาศึก เจียงผิงอันตอบกลับเสียงเรียบ “เจ้าเอาศาสตราเซียนออกมาก่อนสิ มีหรือไม่?”
“ข้าไม่มี แต่อาจารย์ข้ามี อาจารย์ข้าเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลานเชียวนะ!”
ไป๋ฟานเชิดหน้าอย่างภาคภูมิ แหงนมองถานกว่างโซ่วบนนาวาศึกสำนักเซียนเทียนหลานอย่างชื่นชมเทิดทูน
ขณะนี้ ถานกว่างโซ่วอยากตบไป๋ฟานให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ จะบ้าไปใหญ่แล้ว ถึงกับเอาศาสตราเซียนมาเดิมพันกันเลย
ถานกว่างโซ่วไม่อยากเสี่ยงนำศาสตราเซียนมาเดิมพัน แต่ผู้คนมากมายกำลังมองเขาอยู่ หากไม่ตอบรับ สำนักเซียนอวี่หวงจะล้อเลียนเขาแน่ มิขายหน้าแย่หรือ?
ถานกว่างโซ่วแข็งใจกล่าวเสียงเย็น “ศิษย์ข้าย่อมมิขาดศาสตราเซียนอยู่แล้ว”
เพียงแขนเสื้อกว้างของเขาสะบัดโบก มีดล ้าค่าเล่มหนึ่งซึ่งแผ่ปราณเต๋าเซียนก็เหินสู่เวหา
“ศิษย์เจ้าไม่ขาดศาสตราเซียน ศิษย์ข้าย่อมมิอาจน้อยหน้า ให้พวกเขาดวลโดยมีศาสตราเซียนเป็นเดิมพันก็ย่อมได้”
เหมียวจิ่งโยนกระบี่เซียนเล่มหนึ่งให้เจียงผิงอันด้วยสีหน้าราบเรียบ
ได้ยินเช่นนี้ เหมียวเสียก็ร้อนใจทันที “บ้าไปแล้ว! ยามใช้ศาสตราเซียน การฆ่ากันจะง่ายมากเลยนะ!”
ศาสตราเซียนมีพลังเต