ดินแดนลับจันทร์มายา ภายใต้จันทราคู่ เสียงคำรามบนขั้นบันไดที่เก้ายังคงดำเนิน
เจียงผิงอันเปรียบเช่นเทพสังหาร แผ่ปราณชวนสะพรึงไปทั่วกายหมัดทะลวงหมื่นกฎเกณฑ์ ฟาดพลองแหวกนภา
ศึกยังไม่ทันจบ ปวงชนก็เห็นผลลัพธ์แล้ว
เขตแดนสังหารไร้ผลกับเจียงผิงอัน เขาชนะแน่แล้ว
เหมียวจิ่งอารมณ์ดี กล่าวกับถานกว่างโซ่วแห่งสำนักเซียนเทียนหลานว่า
“เจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าสำนักเซียนอวี่หวงของข้ามียอดอัจฉริยะเร้นกายอยู่? พวกเจ้ารู้ก่อนเราอีกนะ ฮ่า ๆ”
ไม่นานนี้ ยามเจียงผิงอันเพิ่งขึ้นประลอง ถานกว่างโซ่วล้อเลียนพวกเขาทางอ้อม
แต่มิคาดเลยว่าคำล้อเลียนของถานกว่างโซ่วจะเป็นจริงขึ้นมา นี่เป็นศิษย์อัจฉริยะผู้หนึ่งจริง ๆ
หากไร้สิ่งใดให้ลุ้น ผลเต๋าวิญญาณเซียนผลนี้ก็จะเป็นของสำนักเซียนอวี่หวง
ถานกว่างโซ่วเดือดดาลจนหน้าคล ้าดำ รู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันสมควรตายนี่ หาโอกาสได้ยามใด ต้องฆ่าเสียมิให้เติบโต
“อาจารย์ ข้าไปลองได้นะขอรับ”
จู่ ๆ ‘ไป๋ฟาน’ ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กันก็ส่งกระแสปราณกล่าวกับถานกว่างโซ่ว
“ลองอะไร?”
ถานกว่างโซ่วถามอย่างอารมณ์เสีย
“ข้าอาจบรรลุถึงขั้นเก้าก็ได้” เจียงผิงอันตอบ
“อย่างเจ้าเนี่ยนะ? ไม่เห็นหรือว่าพลังต่อสู้ของเจียงผิงอันผู้นี้น่ากลัวเพียงไร? เทียบกับเขาแล้ว เจ้าติดฝุ่นที่ไหน?”
ถานกว่างโซ่วคิดว่าศิษย์ใหม่ผู้นี้ฝันเฟื่องยิ่งนัก
แม้ศิษย์เขาจะแข็งแกร่ง แต่นอกจากพลังกลืนกินแล้ว เขาไม่มีวรยุทธ์ระดับสู