เดิมที เจียงผิงอันอยากบอกความจริงกับเหมียวเสีย แต่ก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่าหากเขาชนะ นางจะให้ศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งกับเขาขึ้นมาก่อน
ประเด็นย่อมพลิกผันเปลี่ยนไป
“มิต้องศาสตราเซียนหรอก ยอดสมบัติชิ้นเดียวก็พอแล้ว”
เจียงผิงอันเกรงว่าสตรีผู้นี้จะกลับคำ จึงเป็นฝ่ายลดเงื่อนไขของนางให้เอง เมื่อถึงเวลาอีกฝ่ายจะได้จ่ายไหว
“ก็ได้ หากคนผู้นี้ประลองกับเจ้า ขอเพียงเจ้าชนะได้ ข้าจะให้ยอดสมบัติกับเจ้าชิ้นหนึ่ง แต่ว่า…”
เหมียวเสียเปลี่ยนน ้าเสียง “หากเจ้าแพ้ ห้ามเจ้าขัดคำของข้าอีกในภายหน้า”
“ได้”
เจียงผิงอันตกลงอย่างไม่ลังเล
เหมียวเสียเม้มปาก ศิษย์น้องผู้นี้ลำพองจริง ๆ ไม่แม้แต่จะหยิบเงื่อนไขอะไรมาพูด ตอบตกลงคำขออันเกินไปเช่นนี้ง่าย ๆ
บนขั้นบันได ‘ไป๋ฟาน’ อาศัยอำนาจกลืนกิน แผลงพลังต่อสู้ร้ายกาจ
“ความเร็วการดูดซับปราณเซียนของเขาน่ากลัวกว่าเจียงผิงอันเป็นสิบเท่าเลย!”
“สังเกตกันหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่เขาถูกตัวภาพฉาย ปราณของภาพฉายจะหดหายไปหนึ่งส่วน?”
“ก้อนขาว ๆ นั่นมันอะไรเนี่ย! พลังทำลายล้างน่ากลัวอะไรเพียงนี้!”
เจียงผิงอันใช้มือข้างหนึ่งยกหลุมดำกลืนกินขึ้นสูบพลังศัตรูขณะที่อีกมือยกดวงแสงสีขาวเข้าโจมตี แทบมิใช้วรยุทธ์ใด ต่อสู้โดยใช้เพียงพรสวรรค์ตนเอง
เขาทะยานสูงไร้อุปสรรค ปราชันชนะราบรื่นถึงบันไดขั้นที่เก้าเป็นที่ตื่นตะลึงทั่วทิศ
ปวงชน รวมถึงเซียนมนุษย์มากมายล้วนตกใจกับพลังกลืนกินอันน่าสะพรึงกลัวนี้
คุณภาพรา