กเซียนของเขาต้องไม่ต ่าแน่แท้ น่าจะเป็นแปด ไม่ก็อาจจะเก้าดารา!
อาจเป็นได้กระทั่งรากเซียนพิเศษกลายพันธุ์
สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพรสวรรค์ของคนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าเจียงผิงอัน
“นี่คือศิษย์ของตาเฒ่าผู้นี้ ไป๋ฟาน!” ถานกว่างโซ่วลูบเครา อวดโอ่อย่างภาคภูมิ ใจยิ่งอยากชิงร่างอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างจ้องมองอย่างชิงชัง ทำไมพวกเขาจึงไม่มีศิษย์ท้าทายสวรรค์เช่นนี้บ้างหนอ
พลังต่อสู้ของภาพฉายบนบันไดขั้นที่เก้าแข็งแกร่งจริงแท้ เจียงผิงอันรู้ดีว่าด้วยพรสวรรค์กลืนกินและดวงแสงสีขาวลำพังยากจะเอาชนะอีกฝ่ายได้
ทันทีที่ลงมือ เขาก็ทุ่มพลังทั้งหมดในตัวเข้าใส่ดวงแสงสีขาวซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีขนาดถึงยี่สิบลี้ในพริบตา ดูประหนึ่งดาวฤกษ์เรืองรองเหนือศีรษะ
อึดใจต่อมา เจียงผิงอันก็ดูดซับปราณเซียนขณะใช้ ‘วิชาดึงดารา’ บีบอัดดวงแสงสีขาวอย่างบ้าคลั่ง
ดวงแสงสีขาวซึ่งเดิมมีเส้นผ่านศูนย์กลางยี่สิบลี้ค่อย ๆ หดเหลือสองลี้ สามสิบจั้ง ดวงแสงสีขาวค่อย ๆ ควบตัวเป็นผลึกแก้ว
ยิ่งดวงแสงสีขาวหดตัวลง พลังที่แผ่จากมันก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อย ๆ
ปราณเซียนภายในดวงแสงสีขาวเริ่มเผยปฏิกิริยารุนแรง คลื่นพลังชวนขนลุกทำให้สุญตารายล้อมดวงแสงเริ่มฉีกขาด คลับคล้ายจะระเบิดแหลกได้ทุกเมื่อ
ปวงชนล้วนสัมผัสได้ ว่ามีพลังอันน่าสะพรึงกลัวบีบอัดตัวอยู่ในดวงแสงสีขาว
หากจะอุปมา ก็คิดได้ว่าพลังน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ต้องรวบรวมปราณข