แต่ยามนี้กลายเป็นที่สองไปเสียแล้ว
“ผลเต๋าวิญญาณเซียนผลนี้เป็นของเรา สำนักเซียนอวี่หวง”
เหมียวจิ่งผ่อนลมหายใจยาวเหยียดอย่างโล่งอก
หากพวกเขาคว้ามิได้สักตำแหน่ง เช่นนั้นพวกเขาสำนักเซียนอวี่หวงก็จะเสียหน้าในแดนจันทร์มายา
“ใครบอกว่าตำแหน่งนี้เป็นของพวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวง?”
หนึ่งเสียงพลันดังขึ้น
ปวงชนมองตามเสียงไป
ชายรูปงามผู้ให้บรรยากาศนุ่มนวลเช่นสตรีผู้หนึ่งเหินลงมาจากนาวาศึกของสำนักเซียนเทียนหลาน
“หมายความเช่นไร? เขาจะท้าทายด้วยเหมือนกันหรือ?”
“เจ้านี่ใครอีกล่ะนั่น ไม่ยักคุ้นหน้าที่ไหน เป็นอัจฉริยะเร้นกายเหมือนกันหรือ?”
“อัจฉริยะเร้นกายจะมีมากมายเพียงนั้นได้อย่างไร เจียงผิงอันคนเดียวก็พอแล้ว จะโผล่มาอีกคนได้อย่างไร”
ไป๋ฟานเหินมาที่ใต้บันได ชี้หน้าเจียงผิงอันพลางแผดเสียง “ลงมา อย่าถ่วงเวลาท้าทายของข้า”
“เฮือก!”
เมื่อได้ยินวาทะสุดถือตัว ปวงชนรายล้อมก็ผงะไป
ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันปรากฏทนโท่ แต่คนผู้นี้ก็ยังสุดกำแหง
หากมิใช่เขาสามารถจริง ๆ ก็คงสมองเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานหนังศีรษะชาวาบ ไป๋ฟานทำได้จริง ๆ หรือ? หากเทียบชั้นเจียงผิงอันมิได้ พวกเขาสำนักเซียนเทียนหลานก็จะอับอายแน่แล้ว
เจียงผิงอันมิได้ตอบ เขาเหินกลับนาวาศึกจากบันไดขั้นเก้าไปเงียบ ๆ
ไป๋ฟาน หรือก็คืออวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอันเหยียบขึ้นบนบันได
เดิมที เจียงผิงอันจะหนีตอนนี้เลยก็ได้ แต่เขายังอยากหลอ