โอวหยางลั่วเสวี่ยมิต่างอะไรกับเซียวเฟิง พิชิตผู้ฝึกตนบนบันไดสองขั้นแรกได้ในพริบตา และเมื่อมาถึงขั้นที่สาม จึงพอจะเริ่มพบแรงกดดันบ้าง
โอวหยางลั่วเสวี่ยอาศัยวรยุทธ์เซียน ‘ท่าเท้าเทพจันทร์มายา’ ท่าเท้าระดับสูงสุดเคลื่อนกายคล่องแคล่วลื่นไหล ผสานกับวรยุทธ์แข็งแกร่งมากมาย เอาชนะคู่ต่อสู้คนแล้วคนเล่าอย่างราบรื่น
ผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้เกิดเสียงอุทานมากมาย
“ท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว เขาอายุเพียงสิบหกปีจริง ๆ หรือ?”
“น่ากลัวเกินไปแล้วจริง ๆ หากเทียบกันแค่ด้านอายุ โอวหยางลั่วเสวี่ยชนะเซียวเฟิงขาดลอยเลย”
“ไม่รู้คนพวกนี้ฝึกฝนกันอย่างไร ข้าใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจได้สักกฎเกณฑ์ พวกเขาอ่อนวัยเพียงนี้ แต่นอกจากจะบรรลุกฎเกณฑ์ ยังสำเร็จวรยุทธ์เซียนสูงสุดเยอะแยะด้วย”
เมื่อเห็นการต่อสู้ของอัจฉริยะเหล่านี้ ผู้ฝึกตนมากมายก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเกิดมาแค่เพื่อให้คนบนโลกดูเยอะเท่านั้น
ไร้หนทางใดจะเทียบชั้นปีศาจร้ายเหล่านี้ได้เลย
โอวหยางลั่วเสวี่ยก็ปรี่ไปถึงขั้นที่เก้าในวันที่ยี่สิบห้าเช่นเดียวกันแต่เขาก็ปราชัยมิแตกต่าง
“ในขอบเขตนี้ ไม่มีใครในแดนจันทร์มายาเอาชนะคนบนขั้นที่เก้าได้แล้ว”
โอวหยางลั่วเสวี่ยเดินลงจากบันไดด้วยร่างอันเต็มไปด้วยบาดแผล
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว “ในเมื่อทั้งโอวหยางลั่วเสวี่ยและเซียวเฟิงต่างเอาชนะแปดบุคคล คะแนนเท่ากัน เช่นนั้นก็จะใช้การประลองตัดสินว่าใครจะได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนไป”
“ขอเว