ลาให้โอวหยางลั่วเสวี่ยพักก่อนหนึ่งวัน แล้วพรุ่งนี้มาปราชันกับเซียวเฟิง”
ปวงชนไม่ประหลาดใจกับผลลัพธ์นี้ พวกเขาเดาไว้อยู่แล้วว่าทั้งสองต้องตัดสินกัน
“ไม่รู้ผู้ใดจะดีกว่ากัน ข้ารู้สึกว่าสองคนนี้พลังต่อสู้สูสีกันเลย”
“น่าจะเป็นเซียวเฟิงกระมัง เพราะถึงอย่างไรเขาก็อายุมากกว่าประสบการณ์การต่อสู้เจนจัดกว่า น่าจะแข็งแกร่งกว่าหากปราชันในระดับเดียวกัน”
“บางทีโอวหยางลั่วเสวี่ยอาจเก็บงำอะไรอยู่ก็ได้ ยากจะกล่าวชัด”
ปวงชนเริ่มคาดเดาว่าผู้ใดจะชนะการประลองวันพรุ่ง
เจียงผิงอันเหินลงจากนาวาศึกอย่างเงียบเชียบ ก้าวขึ้นบันไดอันเกิดจากค่ายกล
“หือ? ยังมีใครคิดท้าทายอยู่อีกหรือ?”
ใครบางคนสังเกตเห็นเจียงผิงอัน และมองมายังเขาอย่างสงสัย
“เขาเป็นใคร? แข็งแกร่งมากหรือไม่?”
“ไม่คุ้นเลย บางทีเขาอาจแค่อยากท้าทายเฉยๆ ก็ได้”
“อย่าเสียเวลาเลย ข้าอยากดูการประลองตัดสินพรุ่งนี้นะ!”
ใครบางคนเห็นเจียงผิงอันขึ้นท้าทายก็ตะโกนอย่างไม่พอใจยิ่ง
หากยังมีใครขึ้นท้าทายต่อ ศึกตัดสินพรุ่งนี้ก็จะถูกเลื่อนออกไปทำให้ศึกอัจฉริยะสูงสุดที่พวกเขาตั้งตารอถูกถ่วงเวลา
เห็นเช่นนี้ ถานกว่างโซ่ว ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลานก็ล้อเลียนผู้อาวุโสจากสำนักเซียนอวี่หวงอย่างอ้อม ๆ
“ที่แท้พวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงก็ยังซุกอัจฉริยะไว้ผู้หนึ่ง นี่เขาจะทะยานฟ้าในก้าวเดียว เอาชนะภาพฉายที่เก้าได้หรือ? ฮ่า ๆ~”
เหมียวจิ่งเมินอีกฝ่าย พูดกับเจียงผิงอันว่า “