มายาในกาลก่อน เรียงตัวจากต ่าไปสูง ยิ่งภาพฉายอยู่สูง พลังต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่ง
ภาพฉายกลุ่มแรกล้วนมีการฝึกฝนเทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการ หรือที่ภพเซียนเรียกกันว่าผู้ฝึกตนในระดับเคล็ดพลัง
“เริ่มกันเลย ทุกคนมีโอกาสท้าทายเพียงหน หากพ่ายคือจบ การจัดอันดับจะตัดสินตามจำนวนคู่ต่อสู้ที่เอาชนะได้ อันดับหนึ่งเท่านั้นที่จะได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนไปหนึ่งผล”
“หากสองบุคคลมีอันดับเท่ากัน ให้พวกเขาประลองกัน ผู้ชนะจะได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนไป”
กฎเกณฑ์นั้นเรียบง่าย ดูว่าผู้ใดเอาชนะภาพฉายได้มากกว่ากัน
หากชนะภาพฉายจำนวนเท่ากัน ก็ให้ตัดสินด้วยการประลอง
ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเคล็ดพลังของห้าสำนักเซียนใหญ่เหินลงสู่แผ่นศิลา
“ขอข้าก่อน!”
ผู้ฝึกกายาขั้นต้นระดับเคล็ดพลังคนหนึ่งของสำนักเซียนเป่ยฮวงก้าวขึ้นบันไดขั้นแรกก่อนใคร
เมื่อเขาขึ้นมายืนบนขั้นบันได ภาพฉายบนนั้นก็ขยับตัว
ภาพฉายชักกระบี่ยาวที่เอวออกมา พลังปราณอันรุนแรงหลากทะลักออกจากกาย
เจตจำนงกระบี่ทะยานสูงสู่ฟ้า กวาดกระหน ่าเข้าใส่ร่างผู้ฝึกกายาเยี่ยงมังกรคำรน แผ่แรงกดดันชวนสะท้าน
สีหน้าของผู้ฝึกกายาจากสำนักเซียนเป่ยฮวงแปรเปลี่ยนมหันต์มิคาดว่าพลังต่อสู้ของภาพฉายจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ แล้วเขาก็ใช้วรยุทธ์ป้องกัน ก่อโล่แสงสีทองตรงหน้าขึ้นทันที
แต่วิชาป้องกันของเขากลับเหมือนทำจากกระดาษยุ่ย ถูกปราณกระบี่ทะลวงทะลุในพริบตา ร่างของเขาถูกสะบั้นเอวขาด โลหิตสาดกระเซ็นท