ตั้งตรง ท่าทีผึ่งผาย “เราสำนักเซียนอวี่หวงล้วนให้ค่าผู้มีฝีมือมาแต่ไหนแต่ไร หวังว่าศิษย์น้องจะมีความแข็งแกร่งมากพอเทียบความมั่นใจ”
ผู้อาวุโสทั้งหลายส่ายหัวอย่างจนใจ
คนหนุ่มสาวก็วู่วามเช่นนี้
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งโยนธงค่ายกลสีน ้าเงินออกมาหนึ่งผืน อำนาจอักขระลอยออกมาจากในผืนธง สร้างเป็นอาคมโอบล้อมคนทั้งสองไว้ภายใน “ข้าให้เวลาพวกเจ้าเพียงหนึ่งชั่วละเลียดชาเท่านั้นนะ”
อันที่จริง หาจำเป็นต้องประลองกันไม่ ต่อให้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งมาก ก็ไม่มีทางชนะในหนึ่งชั่วละเลียดชาได้อยู่ดี
แต่เพื่อเห็นแก่เหมียวเสียและทำให้นางถอดใจ เขาจึงยังให้โอกาสกับเจียงผิงอัน หาไม่นางคงเมาอาละวาดโวยวาย ต่อให้เจ้าสำนักมาเองก็คงได้ปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นแน่
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ “ศิษย์พี่โปรดชี้แนะด้วย”
“ศิษย์น้องลงมือก่อนเถอะ ข้าจะให้โอกาสศิษย์น้องสักครั้ง” ชายผู้เหน็บกระบี่สีชาดเอ่ย
“ขอบคุณศิษย์พี่”
เจียงผิงอันกล่าวขอบคุณ แล้วเขตแดนจำนงสัประยุทธ์ก็ขยายตัวในพริบตา จำนงศึกอันแข็งแกร่งถาโถมเข้าใส่อีกฝ่าย
สีหน้าของชายผู้ยืนตรงข้ามเคร่งขรึมสุดขีดขึ้นมาทันที
นี่หรือร่างศึก? แข็งแกร่งยิ่ง หัวใจของเขาปรากฏเค้าความกลัวขึ้นมาแล้ว
แต่มันไม่มีผลกับเขาหรอก!
เขาชักกระบี่ยาวออกมา ปราณกระบี่สาดซัดฉวัดเฉวียน เขตแดนกระบี่อันทรงพลังขยายตัวปะทะเขตแดนจำนงสัประยุทธ์ กระแทกคลื่นวายุหวีดหวิวในอาคม
เขาเป็นผู้ฝึกกระบี่ หนึ่งกระบี่ถล่มบร