ไรกับเจ้า? มิใช่ข้าหรือที่ดูแลเขามาตลอด? อีกอย่างนะตาเฒ่า เจ้าเพิ่งพูดมิใช่หรือว่าพวกเจ้าไม่เกี่ยวอะไรกัน”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งสงบสติ กล่าวกับผู้ฝึกกระบี่ขวัญเสียตรงหน้าว่า“ในเมื่อเจ้ามีธุระที่บ้าน ก็มอบตำแหน่งนี้ให้เจียงผิงอันแล้วกัน”
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตา”
ผู้ฝึกกระบี่ผู้นี้จรจาก
เจียงผิงอันย่อมได้ตำแหน่งไป มิได้ใช้เวลาครบชั่วละเลียดชาด้วยซ ้า
“เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว” ผู้อาวุโสผู้หนึ่งกล่าว
ปวงชนต่างขึ้นนาวาศึกไปด้วยกัน
“ไม่เลว มิคาดเลยว่าเจ้าจะพรสวรรค์สูงส่งเพียงนี้”
หวังหยางผู้สะพายกระบี่ใบกว้างไว้ที่หลังเดินตีคู่มากล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ
“ต้องขอบคุณศิษย์พี่ที่ช่วยเหลือในกาลก่อน หาไม่ก็คงไม่มีข้าในวันนี้ ศิษย์พี่ อีกประเดี๋ยวเจ้าคงบรรลุขอบเขตเซียนมนุษย์แล้วกระมัง?”
เจียงผิงอันเห็นได้ว่าปราณในตัวหวังหยางแตะถึงจุดสูงสุดของระดับเขตแดนแล้ว
หวังหยางส่ายหัว “มิง่ายเช่นนั้นหรอก การบรรลุเซียนต้องมีฤกษ์อำนวย การติดอยู่ที่นี่เป็นหมื่น ๆ ปีนั้นแสนธรรมดา เรื่องเช่นนี้รีบมิได้หรอก”
“ภายหน้า ศิษย์น้องต้องไม่รีบร้อนทะลวงขอบเขตบรรลุเซียนนะหาไม่ความล้มเหลวจะง่ายนัก หากเจ้ากลายเป็นเดนเซียน ไม่ว่าตัว
ศิษย์น้องจะมีพรสวรรค์สูงส่งเพียงไร ก็ยังยากคืบหน้า ต้องหยุดที่เดนเซียนไปตลอดชีวิต”
เจียงผิงอันพยักหน้า “ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ ศิษย์น้องจดจำไว้แล้ว”
วิ้ง~
นาวาเซียนสั่นสะเทือนรุนแรง แล้วอักขระเซียนก็ป