ชิวซื่อผิงฟังผู้อาวุโสมาเรียกเขาไปหารือเรื่องไปดินแดนลับจันทร์มายาก็งุนงงเล็กน้อย เรื่องนี้มิใช่ลงตัวแล้วหรือ? ไฉนต้องมาเรียกเขาไปอีก?
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ชิวซื่อผิงเดินออกจากตำหนัก เตรียมตัวไปพบเจ้าสำนัก
ทันใดนั้น ความรู้สึกอันเร่งหัวใจให้เต้นระส ่าก็ไหลย้อนแนวสันหลังสู่ศีรษะ อัดแน่นด้วยความรู้สึกเฉียดวิกฤติเกินครั้งใด
เมื่อมาถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ ผสานกับเต๋าเซียน เขาจึงอ่อนไหวต่อวิกฤติเสี่ยงชีวิตอย่างยิ่ง สามารถหยั่งทราบถึงอันตรายได้ล่วงหน้า
ผิดแล้ว! ต้องมีปัญหาแน่ ๆ!
ชิวซื่อผิงตัดสินใจเชื่อในสัญชาตญาณ ฉีกสุญตาหนีไปทันทีโดยไร้ลังเล
“แย่แล้ว! เขารู้ตัวแล้วจะหนี!”
ผู้อาวุโสที่ประตูร้องตะโกน แล้วผู้อาวุโสอีกสิบกว่าคนก็เหินรุมเข้ามาไล่ตามชิวซื่อผิง
เดิมทีเขาคิดจะพาชิวซื่อผิงเข้าอาคม มิให้การต่อสู้กระทบถึงศิษย์ทั่วไป แต่อีกฝ่ายก็ยังไหวตัวทัน
“ผู้อาวุโสชิว หยุดเดี๋ยวนี้แล้วร่วมมือให้เราสอบสวน หาไม่อย่าโทษเราที่เสียมารยาทเชียว!” เหมียวจิ่งตะโกน
ชิวซื่อผิงไม่ยอมหยุด “พวกเจ้ามาจับตาเฒ่าผู้นี้ทำไม ตาเฒ่าผู้นี้ทำแต่ความดีเพื่อสำนัก มิเคยทำอะไรเป็นภัยต่อสำนักเลยนะ!”
“เจียงผิงอันกลับมาแล้ว” เหมียวจิ่งกล่าว
พูดจบ ชิวซื่อผิงยิ่งเร่งความเร็วเผ่นหนี
หากไม่มีสิ่งใดผิดคาด เจียงผิงอันต้องใช้ศิลาบันทึกเงาทิ้งหลักฐานไว้ ผู้อาวุโสสิบกว่าคนจึงมารุมเล่นงานเขาเช่นนี้
หากเขาหยุดให้พาตัวกลับสำนัก ต่อให้ไม