เขียวปลิวไสว
“นางท้าทายข้าเองนะ การประลองจะเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บล้มตายก็ธรรมดานี่” เจียงผิงอันเพ้อเจ้อหน้าตาย
อวี๋ซ่วยผู้นี้เป็นหลานชายผู้อาวุโส มีสถานะสูงส่ง
แต่สถานะปัจจุบันของเจียงผิงอันในยามนี้เป็นศิษย์ใกล้ชิดของผู้อาวุโสใหญ่ สถานะมิได้แย่ จึงหาเกรงกลัวไม่
“เหลวไหล! คนตั้งมากมายมองอยู่ เห็นชัดว่าเจ้าลงมือก่อนแท้ๆ!” จิตสังหารบนตัวอวี๋ซ่วยดุจก่อตัวแน่นหนาเป็นสสาร น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
เจียงผิงอันกล่าวกับปวงชน “ในเมื่อไม่มีใครท้าทาย ข้าจะออกไปนะ”
เขาเมินอวี๋ซ่วยไปสนิท ไม่ว่าอย่างไรเขาก็มีผู้อาวุโสใหญ่รับผิดชอบ หากเสริมความขัดแย้งระหว่างผู้อาวุโสใหญ่กับผู้อาวุโสอีกคนให้หนักข้อขึ้นได้ยิ่งดี
“ไป๋ฟาน!!”
อวี๋ซ่วยแผดเสียง ดวงตาแดงฉาน อยากพุ่งเข้าไปฆ่าอีกฝ่ายให้ตายเสียเดี๋ยวนี้
แต่ที่นี่มีคนอยู่ตั้งมากมาย เขามิอาจลงมือได้
อีกอย่าง ไป๋ฟานในขณะนี้มิใช่ไป๋ฟานผู้ไร้ที่พึ่งเช่นกาลก่อนแล้วแต่เป็นศิษย์ใกล้ชิดของผู้อาวุโสใหญ่
มิต้องพูดถึงว่ายามนี้อวี๋ซ่วยฆ่าเจียงผิงอันมิได้ ต่อให้ฆ่าได้ก็มิอาจทำอยู่ดี
ทำได้เพียงมองเจียงผิงอันเดินจาก
ไม่นานนัก ข่าวชัยชนะของไป๋ฟานเหนือเคอเหมิ่งก็แพร่ไปทั่วทั้งสำนักเซียนเทียนหลาน เกิดเป็นเสียงฮือฮาสนั่นลั่น
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าผ่านไปไม่กี่ทศวรรษ ไป๋ฟานจะเติบโตได้มากเพียงนี้
แต่คนเหล่านี้จะทราบหรือ ว่าไป๋ฟานตายไปแล้ว
เพราะเจียงผิงอันใช้ป้ายแสดงตนของไป๋ฟานมิได้ เขาจึงมิอาจ