เมื่อเขตแดนกลืนกินขยายตัว สรรพสิ่งรอบข้างก็ปลาสนาการเยี่ยงถูกโลกหล้าอันมืดมิดกลืนกิน ความมืดกลับกลายเป็นสีอันเด่นชัดเกินใด
เจียงผิงอันยืนในหลุมดำ ราวเป็นผู้อยู่เหนือสรรพสิ่ง
สีหน้าของเคอเหมิ่งเคร่งขรึม พลังกลืนกินของไป๋ฟานแข็งแกร่งมากจริง ๆ มิอาจประเมินต ่าได้เลย
แต่เขาก็ยังไม่กลัว
เคอเหมิ่งกางเขตแดน เงาร่างสัตว์ร้ายสามตัวปรากฏขึ้นรอบกายเขา ปราณปีศาจคละคลุ้ง ร่างแผ่บรรยากาศทรงพลัง
นี่คือสัตว์เทพสามตน
หนึ่งสัตว์เทพอันมีปีกกว้าง ร่างสีดำราวนกกาบางชนิด
สัตว์เทพตนที่สองมีร่างมหึมาเช่นขุนเขา ทอดไกลนับสิบลี้ ให้ความรู้สึกกดดันหนักหนายากหายใจ
สัตว์เทพตนที่สามร่างปกคลุมด้วยเกล็ด ดูประหนึ่งมังกรในภพแร้นแค้น แผ่แรงกดดันไร้สิ้นสุด
สัตว์เทพทั้งสามรายล้อมด้วยรัศมีเรืองรอง ยืนตระหง่านในสมรภูมิ ปวงชนมิกล้ามองมันตรง ๆ
เขตแดนของเคอเหมิ่งพิเศษอยู่นิดหน่อย มันมิใช่เขตแดนธาตุธรรมชาติหรือเขตแดนกลายสภาพใด ๆ แต่เป็นเขตแดนพิเศษซึ่งดูดซับมาจากเขตแดนของสัตว์เทพ นอกจากจะใช้พลังของสัตว์เทพสยบศัตรู ยังใช้เสริมพลังให้ตนเองได้ด้วย
“อีกไม่ช้า ไป๋ฟานก็จะต้องชดใช้ต่อความอวดดีของเขา”
ปวงชนรู้จักเคอเหมิ่งดี เขาเป็นผู้ฝึกกายาระดับสูงสุดในขั้นต้นระดับเขตแดน สร้างเขตแดนแห่งกำลังแบบใหม่ขึ้นมา กระทั่งผู้อาวุโสทั้งหลายในสำนักยังประเมินเคอเหมิ่งไว้สูง
นอกจากนั้น เคอเหมิ่งยังไร้ปรานี ทุกครั้งที่เขาสู้ ศัตรูจะพิการไม่ก็ถูกฆ่า