เอลเดอร์เล่าต่อว่า ดินแดนด้านเหนือของป่ามีเมืองและหมู่บ้านน้อยใหญ่ มันคืออาณาจักรเอเทเซีย อาณาจักรที่มีชื่อเดียวกับทวีปนี้ เอเทเซียแห่งนี้เคยเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่มีอำนาจตั้งแต่ตะวันตกจรดตะวันออก แต่หลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมาพวกเขาถูกรุกรานจากกลุ่มที่เรียกตนเองว่าเรวาเรนท์ที่ปัจจุบันยึดครองดินแดนทางฝั่งตะวันออกไว้ทั้งหมด
“สรุปคือ… เอเทเซีย เป็นดินแดนของพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ มีราชาคือบาลดริก เอเทเซีย อาณาจักรอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมาบรรจบถึงชายป่า ฝ่ายเรวาเรนท์เป็นกองทัพผีดิบและผู้ใช้มนต์ดำมีอาณาเขตทางฝั่งตะวันออกทั้งหมด มีผู้นำคือแวมไพร์ลอร์ดมาร์เคล ด้านล่างของทวีปคือป่าขนาดยักษ์ที่พวกเราอยู่ในตอนนี้ และแต่ละดินแดนก็ครอบครองกุญแจที่ว่าคนละดอก” โซนาตาสรุปอีกครั้งช้า ๆ ชัด ๆ เพื่อให้อัลโตไม่ตกหล่นรายละเอียดใด ๆ
“พวกเอเทเซียเรียกประตูแห่งความว่างเปล่าว่าประตูแห่งพระพร พวกนั้นเชื่อว่าหากเปิดประตูสำเร็จผู้ที่เปิดจะได้พระพรจากพระผู้เป็นเจ้า ถ้าได้พลังนี้มาจะทำให้พวกเขากำจัดเรวาเรนท์ได้สิ้นซาก” ฟลอราเสริม
“เดาว่าพวกเรวาเรนท์คงไม่คิดแบบนั้นสินะ” อัลโตตั้งข้อสงสัย
“ใช่ พวกเรวาเรนท์เรียกมันว่าประตูนรก พวกนั้นเชื่อว่าประตูนี้เชื่อมต่อกับโลกอื่นที่มีขุมกำลังของเรวาเรนท์รอคอยอยู่ หากเปิดประตูได้สำเร็จทั้งทวีปนี้จะตกเป็นของพวกมัน”
โซนาตาและอัลโตได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็หันไปมองสบตากัน โซนาตาอย