ๆ และพบว่าที่นี่มีอาณาเขตไม่กว้างนัก สู้โลกใบน้อยของเขามิได้ เรียกได้ว่าเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ เท่านั้น
ที่ใจกลางเกาะมีตำหนักหลังหนึ่ง ที่หน้าตำหนักมีผู้ฝึกตนมากมายทั้งชายหญิงนั่งฝึกฝนทำสมาธิ
ยามผู้ฝึกตนเหล่านี้เห็นถานกว่างโซ่วปรากฏตัว พวกเขาก็หยุดการฝึกฝน ลุกขึ้นคารวะแล้วหลีกทางอย่างพร้อมเพรียง
“อาจารย์!”
ถานกว่างโซ่วลูบเครากล่าวยิ้ม ๆ “วันนี้ข้าพาศิษย์น้องเล็กของพวกเจ้ามาให้รู้จัก และเขาจะเป็นศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์ผู้นี้ด้วย”
“สวัสดีศิษย์น้องเล็ก”
ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนทักทายพร้อมเพรียง การเคลื่อนไหวของพวกเขายังคงเป็นระเบียบ ดูพิกลอยู่เล็กน้อย
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะตอบ “คารวะศิษย์พี่และศิษย์พี่หญิงทุกท่าน”
ถานกว่างโซ่วแย้มยิ้มใจดี “พวกเจ้าฝึกฝนต่อไปเถอะ ข้าจะพาศิษย์น้องเล็กของพวกเจ้าไปฝึกฝนก่อน”
ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนต่างนั่งลงโดยพร้อมเพรียง หลับตาลงฝึกฝนต่อ ต่างผู้ล้วนตั้งอกตั้งใจ
ถานกว่างโซ่วเดินไปยังตำหนัก เจียงผิงอันเดินตามไปเบื้องหลังดวงตาพลันฉายประกายหวาดหวั่น
วิชาเนตรของเขาทำงานมาตลอด และเขาก็เพิ่งเห็นเหตุชวนสะพรึงบางอย่าง
เหนือรากเซียนของศิษย์สิบกว่าคนเหล่านั้นมีแมงมุมสีแดงตัวหนึ่งทำรังอยู่ ทุกครั้งที่ถานกว่างโซ่วพูด แมงมุมสีแดงก็จะแผ่คลื่นพลังประหลาด แล้วศิษย์เหล่านี้ก็จะมีปฏิกิริยาเหมือน ๆ กัน!
หุ่นเชิด!
แม้เจียงผิงอันจะไม่เคยเห็นหุ่นเชิดมาก่อน เขาก็เคยได้ยินมาว่าผู้ฝึกตนบางคน