ณ บริเวณหน้าประตูโรงน้ำชาปาซาน
ซีชิงอิ่งมองรถ Knight XV ที่กำลังแล่นออกไป ภาพตรงหน้าเธอเริ่มพร่าเลือน
เขาไปแล้ว อีกทั้งยังเอาหัวใจของเธอไปด้วย
เมื่อครู่นี้เธออยากตะโกนเรียกชื่อเขานับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้อีกฝ่ายจะหยุดแล้วหันมามองเพียงครั้งเดียวก็ตาม
“กลับเข้าไปด้านในเถอะ” หลวนเทียนไฉถอนหายใจพลางตบบ่าซีชิงอิ่ง
“คุณเคยไปโลกตงเทียนหรือเปล่าคะ?” ซีชิงอิ่งถามขึ้น
“ไม่เคย” อีกฝ่ายตอบ
“ถ้างั้นรู้เรื่องโลกตงเทียนบ้างหรือเปล่าคะ?”
“ฉันเคยอ่านบันทึกเรื่องโลกตงเทียนมาเยอะอยู่”
“ที่นั่นอันตรายมากไหมคะ?” เธอหันมาถาม
“อันตรายสิ อันตรายมากด้วย โดยเฉพาะตอนที่พวกต่างดาวบุกเข้ามา เกิดเหตุการณ์นองเลือดและศพกองเป็นภูเขา คนที่อยู่ระดับปรมาจารย์หลงเข้าไปก็เป็นได้แค่ทหารพลีชีพ มีแค่ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ที่รอดออกมาได้แค่หยิบมือ ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าน่ะเป็นกองกำลังหลัก หลายครั้งที่เกิดการบุกรุกจากต่างดาวก็ถึงกับต้องให้ผู้แข็งแกร่งระดับเทพแปลงออกโรงเองด้วยซ้ำ” หลวนเทียนเฟิงเล่าพลางยิ้มลำบากใจ
ซีชิงอิ่งหน้าถอดสียิ่งกว่าเดิม
มือที่กำหมัดค่อย ๆ คลายลง
ความรู้สึกด้อยค่าจากก้นบึ้งจิตใจทำให้เธอเกลียดตัวเองที่ไม่ยอมตั้งใจฝึกยุทธ์ให้มากกว่านี้ ทำให้ไม่สามารถไปช่วยต่อสู้เคียงข้างโจวอี้ในเวลาแบบนี้ได้
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
ซีชิงอิ่งสูดหายใจเข้าลึกและเดินเข้าไปในโรงน้ำชา ระหว่างนั้นก็ต่อสายหาใครบางคน “อาไ